การทำกลยุทธ์ คอนเทนท์ มาร์เกตติ้ง ที่ถูกต้อง

การทำกลยุทธ์ คอนเทนท์ มาร์เกตติ้ง ที่ถูกต้องนั้นสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีจนน่าตกใจ โดยในปี 2016 ด้วยกระแสที่มาแรงแทบทุกธุรกิจเริ่มหันมาทำการตลาดออนไลน์มากยิ่งขึ้น ถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจของคุณจะเริ่มวางแผน ปรับแต่ง เพื่อให้ได้ คอนเทนท์ที่ตอบโจทย์กับธุรกิจของคุณที่สุด โดยคำนึงถึงหลักเหล่านี้

อย่ามองคอนเทนท์ เป็นเพียงแค่ตัวหนังสือ

สมัยนี้การใช้บล็อกที่มีแค่ตัวหนังสือไม่อาจตอบสนองความพึงพอใจของผู้บริโภคได้เพียงพออีกต่อไป Infographics, eBooks, vlogs เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าคอนเทนท์ได้เปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว ซึ่งคุณสามารถนำไปปรับใช้ให้เข้ากับกลยุทธ์ของคุณ โดยไม่ยึดติดกับแบบใดแบบหนึ่ง

โดยในปีที่แล้วจำนวนวีดีโอจากผู้ใช้และแบรนด์บนเฟสบุ๊กนั้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเกือบ 4 เท่าจากปีก่อน เพราะวีดีโอเป็นสื่อที่แชร์และรับชมได้ง่าย ส่วน Vlog หรือ Video Blog ที่เล่าเรื่องราวในบล็อกผ่านวิดีโอก็เป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้นซึ่งคุณสามารถใช้ช่องทางนี้ในการทำการตลาดได้ คอนเทนท์แบบใหม่นี้จึงเป็นสิ่งที่คุณจะต้องเพิ่มสัดส่วนให้มากขึ้นในปี 2016

คอนเทนท์ มาร์เกตติ้ง เป็นช่องทางที่ดีในการนำเสนอให้เห็นว่าแบรนด์ของคุณเป็นมืออาชีพในเรื่องนั้นๆ อย่ากลัวหากต้องแจกข้อมูลที่มีประโยชน์แบบฟรีๆ เพราะถ้าคุณทำมันได้ดี ผู้บริโภคของคุณจะเริ่มรู้สึกไว้วางใจในแบรนด์มากขึ้น

เพื่อให้เห็นภาพยิ่งขึ้น ผมขอยกตัวอย่าง : เว็บ Market Domination Media ที่คอยอัพเดทข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับเจ้าของธุรกิจ และข้อมูลอื่นๆอีกมากมายโดยไม่เสนอขายสินค้าใดๆในบทความเลย หากผู้อ่านชื่นชอบก็สามารถลงทะเบียนรับข่าวสารจากเว็บไซต์ได้ แต่วิธีในการขายแบบแนบเนียนคือการคิดแบนเนอร์โฆษณาในเว็บไซต์ ซึ่งวิธีนี้จะไม่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าคุณกำลัง ฮาร์ดเซลล์ใดๆเลย

B2C และ B2B ก็เวิร์คสำหรับ คอนเทนท์ มาร์เกตติ้ง

คอนเทนท์ มาร์เกตติ้ง ให้ผลลัพธ์ที่ดี ทั้งธุรกิจแบบ B2B และ B2C ซึ่งมีแนวคิดในการขายที่คล้ายกัน ต่างกันเพียงวิธีที่ใช้

ในธุรกิจ B2C หรือ ธุรกิจแบบบริษัทต่อผู้บริโภคโดยตรงนั้น คอนเทนท์ที่ใช้ควรจะมีเรื่องราวที่น่าสนใจและสามารถเข้าถึงอารมณ์ผู้บริโภคได้มากกว่า แต่ในธุรกิจ B2B หรือธุรกิจแบบบริษัทต่อบริษัท นั้น สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะเป็นข้อมูลของสินค้านั้นๆในรูปแบบที่น่าสนใจและเข้าใจง่าย

ตัวอย่างของคอนเทนท์สำหรับ B2C คือ เบียร์ Budweider ที่สร้างโฆษณาโดยอาศัยการเล่นคำระหว่าง Poppy love เป็น Puppy Love ที่ดึงดูดความสนใจด้วยเจ้าสุนัขตัวน้อยที่ทำให้ผู้ชมตกหลุมรัก และสามารถถ่ายทอดความเป็น Budweiser ได้โดยไม่ต้องใช้สินค้าในวีดีโอด้วยซ้ำ

ตัวอย่างของคอนเทนท์สำหรับ B2B คือ การใช้ Infographic ที่มีลูกเล่นสนุกๆในการแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติเด่นของสินค้า ที่จะช่วยให้บริษัทที่ซื้อสามารถประหยัดเงินจำนวนมหาศาลได้จากสินค้าตัวนี้

มีดัชนีวัดผลความสำเร็จของงาน (KPIs) เพื่อวัดผลความสำเร็จและความล้มเหลวของ คอนเทนท์ มาร์เกตติ้งของคุณ

อย่าลืมตรวจสอบประสิทธิภาพของคอนเทนท์ของคุณ เพื่อปรับปรุงให้คอนเทนท์ของคุณได้ผลมากยิ่งขึ้นโดยคุณสามารถวัดผลได้จากหลายวิธีดังนี้

วัดจากจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ : จำนวนของผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ผ่านคอนเทนท์หรือแคมเปญของคุณ คุณสามารถใช้ Google’s URL builder และ Google Analytics ในการช่วยตรวจสอบสิ่งนี้

วัดจากจำนวนโซเชียลแชร์ : วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมในไทย ที่วัดผลโดยจำนวนผู้ไลค์และแชร์คอนเทนท์ของคุณเป็นตัวชี้วัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บางครั้งยอดแชร์จำนวนมากอาจไม่ได้ทำให้เกิดการซื้อที่เท่ากัน

วัดจากจำนวนการตีกลับหรือ Bounce Rate : จำนวนการตีกลับที่มาก หมายถึงผู้ชมเข้าชมเนื้อหาแล้วปิดหน้าต่างทันที และไม่คลิกเปิดหน้าอื่นๆบนเว็บไซต์ ซึ่งสิ่งนี้แปลว่าคอนเทนท์ของคุณไม่มีความน่าสนใจพอ

วัดจากจำนวน Inbound Links Earned : คอนเทนท์ที่ดีนั้นจะทำให้ผู้คนจากเว็บไซต์อื่นนำลิ้งค์ไปแชร์ สิ่งนี้จะช่วยให้เว็บของคุณมีผล SEO ที่ดีอีกด้วย

วัดจากระยะเวลาที่ผู้ชมใช้บนเว็บไซต์ : หากคุณเขียนคอนเทนท์ที่มีเนื้อหาจำนวนมาก แต่ผู้ชมใช้เวลาไม่ถึง 15 วินาทีบนเว็บไซต์ นั่นแปลว่า ผู้ชมไม่พบสิ่งที่เขาต้องการบนเว็บไซต์ของคุณหรือคอนเทนท์ของคุณมีความน่าสนใจไม่พอ

วัดจาก Conversion rate : อัตราการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนแปลงยอดซื้อ การสมัครเป็นสมาชิก เป็นต้น

วัดจากจำนวนยอดขาย : เป็นอีกหนึ่งตัววัดผลที่สำคัญที่ช่วยบอกว่า ของ คอนเทนท์ มาร์เกตติ้ง สามารถสร้างกำไรได้มากน้อยเพียงใด?

อย่าลืมปรับแต่ง คอนเทนท์ มาร์เกตติ้ง ของคุณให้มีความหลากหลาย

คอนเทนท์ มาร์เกตติ้งสามารถให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม แต่ไม่มีคอนเทนต์ใดที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณได้ในคอนเทนท์เดียว สิ่งที่คุณต้องทำคือการสร้างคอนเทนท์แต่ละรูปแบบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุณต้องการเป็นอย่างๆไป เช่น คอนเทนท์แบบหนึ่งเหมาะสำหรับการสร้าง Brand Awareness แต่ไม่เหมาะสำหรับการขาย เป็นต้น

การวางกลยุทธ์ที่เป็นลำดับขั้นตอน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ค่อยๆทำไปให้บรรลุจุดประสงค์แต่ละข้ออย่างใจเย็น และคอนเทนท์ มาร์เกตติ้งนี้เองจะเป็นอีกสุดยอดวิธีที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมากในอนาคต

ที่มา : http://oneworlddigital.net