การให้ยาลดระดับกรดยูริกในเลือดในการรักษาโรคเก๊าท์

การลดระดับกรดยูริกในเลือดในการรักษาโรคเก๊าท์ควรกระทำหลังจากที่ข้ออักเสบหายสนิทแล้วเท่านั้นคืออยู่ในระยะที่เรียกว่าเป็น intercritical gout ยาที่ใช้มี อยู่ 2 กลุ่มด้วยกันคือ
1 uricosuric drugs เช่น probenecid, sulfinpyrazone และ benzbromarone ยากลุ่มนี้จะเพิ่มการขับกรดยูริกออกทางไต สำหรับ probenecid ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่เป็นนิ่วไต ในรายที่มีการขับกรดยูริกออกมาในปัสสาวะสูง (> 1,000 มก./วัน) หรือ GFR น้อยกว่าร้อยละ 50 แต่ถ้าเป็น benzbromarone อาจใช้ในรายที่มีภาวะไตเสื่อมเล็กน้อยได้ (GFR ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30) ในระยะแรกควรเริ่มใช้ยาในขนาดต่ำก่อน เช่น ให้กิน probenecid (500 มก.) หรือ benzbromarone (100 มก.) วันละครึ่งเม็ด แล้วเพิ่มขึ้นทุกๆ สัปดาห์จนสามารถควบคุมระดับกรดยูริกในเลือดได้เท่าที่ต้องการ ระหว่างนี้ควรแนะนำให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมากๆ 2-3 ลิตรต่อวัน และกินยา sodamint เพื่อปรับให้ปัสสาวะเป็นด่าง (pH ~ 7.0) ลดการตกตะกอนของกรดยูริกภายในเนื้อไตและท่อไต ถ้าอยู่ในสถานะที่กระทำได้ควรตรวจดูปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะ 24 ชั่วโมงเป็นระยะๆ เพราะถ้ามีการขับกรดยูริกออกมาในปัสสาวะมากกว่า 1,100 มก. ต่อวันจะเสี่ยงต่อภาวะ uric acid nephropathy สูง

2 allopurinol เป็นยาต้านการทำงานของเอนไซม์ xanthine oxidase ช่วยลดการสร้างกรดยูริกในร่างกาย ใช้ลดกรดยูริกในรายที่มีการทำงานของไตบกพร่อง มีนิ่วไต ในรายที่มีการขับกรดยูริกออกมาในปัสสาวะสูง ในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ผู้ป่วยที่แพ้ยากลุ่มแรก หรือ หลังจากที่ใช้ยากลุ่มแรกแล้วไม่ได้ผล ขนาดยาที่ใช้คือ 100-600 มก.ต่อวัน ให้กินวันละครั้งเดียว ยาจะถูกเตรียมมา 2 ขนาดด้วยกันคือ ขนาด 100 มก. และ 300 มก. โดยทั่วไปให้เริ่มกินในขนาด 100 มก. ต่อวันก่อน แล้วค่อยปรับขนาดขึ้นทุกสัปดาห์จนกว่าจะควบคุมระดับกรดยูริกในเลือดได้ การเริ่มยาด้วยขนาดสูงทันที่เช่น 300 มก. ต่อวันอาจทำให้ระดับกรดยูริกลดลงอย่างรวดเร็วและกระตุ้นให้ข้ออักเสบกำเริบขึ้นได้และเสี่ยงต่อการแพ้ยาที่รุนแรงโดยเฉพาะผื่นผิวหนังชนิด Steven Johnson syndrome ในรายที่ไตเสื่อมจะต้องปรับขนาดยาลง และต้องเฝ้าระวังภาวะตับอักเสบที่เป็นอาการแทรกซ้อนที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของ allopurinol ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ยาในขนาดสูงควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญ หากผู้ป่วยมีผื่นแพ้ยาตัองแนะนำให้หยุดยาทันทีและมาพบแพทย์เพื่อพิจารณาว่าสมควรจะให้กินยาต่อหรือไม่ เพราะถ้าเกิดอาการแพ้ยาที่รุนแรง จะมีอัตราตายสูง

ระหว่างการให้ยาควรติดตามดูระดับกรดยูริกในเลือดเป็นระยะๆ ควบคุมให้ระดับกรดยูริกในเลือดลดต่ำกว่า 5.5 มก./ดล. ในกรณีที่ให้ยาตัวใดตัวหนึ่งในขนาดสูงสุดแล้วยังไม่สามารถทำให้ระดับกรดยูริกในเลือดลดลงตามที่ต้องการได้ อาจใช้ยา 2 กลุ่มร่วมกัน เช่นให้กิน allopurinol ร่วมกับ benzbromarone ในขนาดต่ำ

ผู้ป่วยที่เป็น chronic tophaceous gout มักต้องกินยาลดกรดยูริกไปตลอดชีวิต สำหรับผู้ป่วยที่เพิ่งเริ่มมีอาการ อาจลดขนาดยาลงได้หลังจากที่ระดับกรดยูริกในเลือดลดต่ำลงอย่างมาก เช่น จาก 300 มก./วัน ลดลงเหลือ 200 มก./วัน แต่ต้องควบคุมให้ระดับกรดยูริกในเลือดนั้นต่ำกว่า 5.5 มก./ดล. เสมอ ถ้าลดยาลงแล้วทำให้ระดับกรดยูริกสูงขึ้นแสดงว่ายังมีแหล่งสะสมของผลึกกรดยูริกตกค้างอยู่ในร่างกายมาก ในกรณีเช่นนี้ไม่ควรลดขนาดยาลงอีก ควรให้ผู้ป่วยกินยาต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่งก่อนแล้วค่อยพิจารณาลดยาลงใหม่
การลดระดับกรดยูริกในเลือดจะทำให้ก้อน tophi เล็กลงหรือหายไปได้ โดยก้อนที่มีลักษณะเป็นถุงน้ำจะยุบลงเร็ว แต่ถ้าเป็นก้อน tophi ขนาดใหญ่ต้องใช้ระยะเวลานานเป็นปีกว่าจะยุบลง นอกจากนี้การควบคุมระดับกรดยูริกที่มีประสิทธิภาพจะทำให้หน้าที่ไตดีขึ้นได้

วิธีการติดตั้งกระเบื้องยางลายไม้

วิธีการติดตั้งกระเบื้องยางลายไม้

1. เตรียมพื้นที่ก่อนปูกระเบื้องยาง พื้นที่ที่จะติดตั้งจะต้องเป็นพื้นขัดมันเรียบ ไม่เป็นเม็ดทราย

2.พื้นที่ต้องแห้งสนิท ไม่เปียกชื้น

3. ควรเก็บรักษากาวและกระเบื้องยางไว้ ที่อุณหภูมิ 20-30 C ประมาณ 48 ชั่วโมงก่อนติดตั้ง

4. พื้นที่ติดตั้ง ต้องแห้งสนิทปราศจากฝุ่น และควรทำความสะอาดพื้น,คราบน้ำมันก่อน

5. เตรียมวัสดุที่ต้องใช้ในการปรับพื้นที่ เช่น ปูนซีเมนต์ดำ , ยิปซั่มผสมกาว , ซีเมนต์กาว

อย่ารีบเปิดตัวสตาร์ทอัพของคุณ

สตาร์ทอัพหน้าใหม่มักจะตัดสินใจลำบากเวลาต้องหาลูกค้าที่ชอบลองสินค้าหรือบริการใหม่ๆ โดยเฉพาะเวลาที่ทุนหนุนสตาร์ทอัพนั้นหายากเหลือเกิน กลยุทธ์การตลาดหลายๆอย่างก็ต้องการเงิน แรงและเวลามากน้อยแตกต่างกันไปไม่ว่าจะเป็นการทำ SEO, Facebook หรือ Email และจะเจอปัญหาอุปสรรคหินๆอีกเยอะ หากคุณควักเงินของตัวเองลงในสตาร์ทอัพ

แล้วตอนไหนล่ะที่คุณสมควรเปิดตัวสตาร์ทอัพของคุณ? มาถามตัวเองกับ 3 คำถามนี้ก่อน

1. แอปพลิเคชั่น เว็บไซต์ สินค้า และบริการที่คุณมีอยู่นั้น พร้อมหรือยัง?

ดึงความสนใจของลูกค้าให้ได้ ให้เขาหยุดชะงักมาดูมาหยิบจับมาทดลองใช้สินค้าของคุณ ของแจกของฟรี โบรชัวร์ถ้ามีก็ดี แต่ไม่มีวิธีไหนที่ขายสินค้าได้ดีกว่าทดลองใช้ให้ดูอีกแล้ว ต่อให้คุณมีแค่ตัวต้นแบบก็เถอะ เพราะตัวต้นแบบก็ช่วยพิสูจน์สิ่งที่คุณเชื่อในสินค้าของคุณได้หลายๆอย่าง ลูกค้าจะได้สังเกตและลองใช้สินค้าได้ตรงๆ ตัวต้นแบบนี่แหละคือคำถามชั้นดี ช่วยให้คุณรู้ว่าจริงๆแล้วลูกค้าต้องการหรือไม่ต้องการอะไรกันแน่ อะไรที่ลูกค้าคาดหวัง

แต่ถ้าคุณไม่มีอะไรจะอวด หรือสินค้าของคุณมันทำงานไม่ได้ดีพอ งั้นก็อย่าเอาออกมาอวดเลย ไม่คุ้มเงินคุ้มเวลาหรอกถ้าคุณดึงความสนใจของลูกค้าไม่ได้ และยิ่งถ้าคู่แข่งของคุณเอาของออกมาอวดแล้วล่ะก็ คุณมีแต่เสียกับเสีย

2. นำเสนอได้เจ๋งจริงหรือยัง?

สาธิตการใช้สินค้าไปก็เท่านั้น ถ้าไม่นำเสนอได้ดึงดูดใจและมีพลังมากพอที่จะสื่อคุณค่าที่กิจการของคุณเน้นมาตลอด แม้ประโยคเดียวที่คุณพูดออกไปก็สร้างความประทับใจได้ นอกจากสินค้าของคุณจะดีมีจุดเด่นไม่เหมือนใครแล้ว ถ้าคุณนำเสนอว่ามันดีมันเด่นต่างจากคู่แข่งอย่างไรไม่ได้ คุณก็ยังไม่พร้อมที่จะเปิดเปิดตัวสตาร์ทอัพของคุณหรอก ไปทำการบ้านมาก่อนดีกว่า อย่าหน้าแตกต่อหน้าสตาร์ทอัพคู่แข่งเลย

3. พร้อมที่จะทุ่มเวลาให้กับสตาร์ทอัพหรือยัง?

สตาร์ทอัพก็เหมือนธุรกิจทั่วไปที่ต้องหาคนที่มีแนวโน้วจะซื้อสินค้าใช้บริการของเรา หากมีงานแสดงสินค้าหรือบริการในวงการที่สินค้าบริการของคุณเกี่ยวข้อง คุณก็ควรจะไปเปิดตัวที่นั่นด้วย เพราะสื่อต่างๆ นักลงทุน คนอยากลองของใหม่ๆ ก็จะกรูเข้ามาหาคุณ เพียงแค่อยากรู้ว่าคุณจะพูดอะไร คุณแค่อยู่ๆเฉยๆ ทุกคนก็เข้ามาหาแล้ว

แต่ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นแค่วันที่คุณแสดงสินค้าบริการเพียงวันเดียว คุณต้องคอยติดตามคนพวกนั้นโดยเฉพาะคนที่สนใจสินค้าบริการของเรา และกลุ่มนักลงทุน ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างมาก แต่ผลที่ได้คุ้มค่าแน่นอน แต่ถ้าไม่ได้เวลามากขนาดนั้น ก็เอาเวลาไปทำแคมเปญอย่างอื่นเถอะ หรือจะรอจังหวะที่พร้อมจริงๆจะดีกว่า

งานเปิดตัวของสตาร์ทอัพนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด เพียงแต่ว่าคุณต้องเลือกงานที่เหมาะกับเวลาที่สตาร์ทอัพของคุณพร้อมจะเปิดตัวด้วย

แหล่งที่มา

https://www.techinasia.com/time-exhibit-startup

สำนักงานให้เช่ากับการตัดสินใจพัฒนาเพื่อขายหรือเพื่อเช่า

ในการพัฒนาโครงการสำนักงานของผู้ประกอบการต้องตัดสินใจว่าจะพัฒนาแล้วขยายออกไปหรือเพื่อให้เช่า ซึ่งการพัฒนาแล้วแบ่งพื้นที่เป็นส่วนๆและขายเป็นอาคารชุดสำนักงานโดยผู้พัฒนาอาจจะเข้ามาดูแลบริหารอาคารหลังการขายหรือให้ผู้ซื้อดำเนินการหาผู้ดูแลอาคารผ่านนิติบุคคลอาคารชุดก็ได้

การพัฒนาแล้วขายออปไป ผู้พัฒนาได้รายได้ทันที คืนทุนเร็ว ไม่ต้องผูกพันในการบริหารจัดการในระยะยาว เหมาะกับผู้ประกอบการที่ไม่เชียวชาญในการบริหารอาคารหลังการขายหรือไม่คิดจะพัฒนาธุรกิจอาคารหลังการขายหรือไม่คิดจะพัฒนาธุรกิจอาคารสำนักงานต่อเนื่อง แต่การพัฒนาแล้วขายนั้น ในระยะยาวการจัดการภายในอาคารค่อนข้างทำได้ลำบาก เนื่องจากมีหลายเจ้าของ ต้องใช้มติที่ประชุมเจ้าของร่วม เมื่ออาคารเก่าต้องปรับปรุงก็จะทำได้ยากกว่าอาคารเช่าที่เจ้าของอาคารเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจชัดเจน ลูกค้าที่นิยมซื้อสำนักงานในอาคารที่ขายขาด ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ SMEs หรือผู้ซื้อที่ต้องการลงทุนซื้อไว้ให้เช่ารวม ทั้งเจ้าของบริษัทที่ซื้อไว้ให้บริษัทที่ตนบริหารเช่าเพื่อต้องการผลตอบแทนระยะยาว

ส่วนสำนักงานให้เช่านั้น ผู้พัฒนาจะได้รายได้หลักในรูปค่าเช่าที่คืนทุนช้าแต่เป็นรายได้แน่นอน สามารถปรับราคาค่าเช่าให้สอดคล้องกับราคาตลาดที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้ การปรับปรุงอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่เมื่ออายุอาคารมากขึ้นก็ทำได้ง่าย ปกติแล้วผู้เช่าอาคารที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่นิยมเช่ามากกว่าสำนักงานที่เป็นอาคารชุดเนื่องจากมีความยืดหยุ่นในการลดหรือขยายพื้นที่ให้สอดคล้องกับจำนวนพนักงานในอนาคต

นอกจากการพัฒนาเพื่อขายหรือเพื่อเช่าแล้ว ยังมีการพัฒนาอาคารสำนักงานให้ผู้เช่าระยะยาวเพื่อให้ออกแบบอาคารได้ตรงกับความต้องการของผู้เช่า เช่น อาคารสำนักงานของบริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย ที่ให้บริษัท แกรนด์คาแนล จำกัด(มหาชน) ทำการพัฒนาให้แล้วทำสัญญาเช่าระยะยาวกับทางบริษัทแบบเช่าทั้งอาคาร