ทุนในการรับจดทะเบียนตอนเปิดบริษัท

ทุนจดทะเบียนบริษัท ซึ่งกฎหมายเขียนไว้ว่า บริษัทจำกัด มีลักษณะดังนี้

ต้องมีผู้ร่วมทุนตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป (เมื่อก่อน 7 คน เดี๋ยวนี้เหลือ 3 ก็จดได้แล้ว)

แบ่งทุนออกเป็นหุ้น มีมูลค่าหุ้นละเท่าๆกัน (เช่นเราคิดว่าจะลงทุนทำธุรกิจที่เราต้องการใช้ทุนซัก 1 ล้านบาท ก็อาจจะแบ่งทุนเป็นหุ้น เช่น ตั้งมูลค่าหุ้น หุ้นละ 10 บาทก็ได้ 100,000 หุ้น,หรือหุ้นละ 100 บาท ก็ได้ 10,000 หุ้น เป็นต้น) เมื่อมีผู้ซื้อหุ้นครบ ก็จะได้เงินมา 1 ล้านบาทเป็นต้น

ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเพียงเงินค่าหุ้นที่ยังส่งไม่ครบ (ถ้าส่งครบหมดแล้ว ก็ไปเอาผิดกับบริษัทอย่างเดียว) เช่น หุ้นมูลค่า 100 บาท เราซื้อไว้ซัก 2,000 หุ้น จริงๆต้องส่งเงินรวม 200,000 บาท แต่เราส่งไปก่อน 100,000 บาท ดังนั้นเราต้องรับผิดชอบอีก 100,000 บาท

มูลค่าของหุ้นๆ หนึ่งนั้น ต้องไม่ต่ำกว่า 5 บาท(แต่ส่วนใหญ่เขาจะไม่จดกันเพราะค่าของเงิน 5 บาท ต่ำไป) ส่วนใหญ่มีมูลค่า 10 บาท,100 บาท,1,000 บาท

หุ้นนั้นแบ่งแยกไม่ได้ เช่น หุ้นหนึ่งมีมูลค่า 100 บาท จะแยกออก เป็น 50 บาท 2 กองไม่ได้

ชำระค่าหุ้นนั้นต้องไม่ต่ำกว่า 25% หรือจะชำระเต็มก็ได้ เช่น จดทะเบียนทุน 1 ล้าน แบ่งเป็น 10,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท ในช่วงแรกๆ เราอาจจะไม่ใช้เงินมาก เราก็เรียกเก็บเงินค่าหุ้นก่อน 25 บาทต่อหุ้น ดังนั้นผู้ที่ซื้อหุ้นแล้ว ก็ต้องจ่ายค่าหุ้นละ 25 บาท ทั้งหมด 10,000 หุ้น ก็ได้เงินรวมทั้งหมด 250,000 บาท เป็นต้น (นี่ก็เป็นประโยชน์กับทางบัญชีบริษัทด้วย เพราะถ้าบอกว่า ชำระเต็มจำนวน ก็จะได้เงินทั้งหมด 1 ล้าน ที่นี้ถ้ามีการตรวจสอบขึ้นมาให้แสดงบัญชี ปรากฎว่า เงินฝากธนาคารของบริษัท มีเงินเพียง 3 แสนบาท ก็ต้องถือว่ามีเงินสดถืออยู่อีก 7 แสน แล้วอีก 7 แสนละอยู่ที่ไหน ถ้าคุณไม่สามารถแสดงให้ดูได้ ก็เกิดปัญหาทางบัญชีทันที

จะเห็นได้ว่า ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ แค่ 15 บาท (3 คน คนละ 5 บาท) ก็สามารถจดทะเบียนบริษัทได้แล้ว แต่นั่นแหละบริษัทที่จดทะเบียนทุนเพียง 15 บาท ใครจะค้าขายหรือทำธุรกิจกับคุณด้วยเล่า เช่น บริษัทกำลังก้าว จำกัด จดทะเบียนทุน 15 บาท (ก็เหมือนคนที่มีเงินอยู่ 15 บาท) จะไปซื้อของที่มีราคา 25 บาท คุณก็ไปซื้อของไม่ได้ คนขายก็ไม่อยากขายให้ หรือ ถ้าบริษัทจดทะเบียนทุน 5 แสนบาท แต่ไปรับงานรับเหมาก่อสร้าง 5 ล้านบาท เขาก็อาจจะไม่ให้งานกับคุณ เพราะถ้าเกิดความเสียหายขึ้นมา บริษัทฯ รับผิดชอบแค่ 5 แสนบาทเอง เป็นต้น
เมื่อเราได้ข้อมูลเรื่อง “ทุน” แล้ว เราก็เอาข้อมูลนี้ไปจดทะเบียน จึงเรียกว่า “ทุนจดทะเบียน”