สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาก่อนซื้อเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ

** จำนวนผ้าที่ซัก **

เครื่องทุกรุ่นจะบอกปริมาณเสื้อผ้าที่สามารถซักได้ในแต่ละครั้งเป็นหน่วยกิโลกรัม (เสี้อผ้าแห้ง) โดยปกติแล้วจะอยู่ที่ 5 – 10 กิโลกรัม หรืออาจมากกว่า ทั้งนี้ บ้านที่มีผู้อาศัยประมาณ 4 คนจะมีเสื้อผ้าประมาณ 6 – 8 กิโลกรัมต่อการซัก 1 ครั้ง ถ้าคุณอาศัยอยู่เพียง 1 – 2 คนก็อาจเลือกรุ่นที่ซักผ้าได้น้อยกว่า ซึ่งจะมีราคาถูกกว่าด้วย

** รอบที่ใช้หมุนในการปั่นหมาด **

เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญจะระบุรอบที่ใช้ในการหมุนปั่นหมาด (บางยี่ห้ออาจเรียกว่า ‘ปั่นแห้ง’) เป็นจำนวนรอบต่อนาที ซึ่งจะมีตั้งแต่ 500 – 1,000 รอบต่อนาทีหรือมากกว่า โดยปกติแล้ว ถ้าจำนวนรอบยิ่งสูง การปั่นหมาดจะทำให้มีปริมาณน้ำในเสื้อน้อยกว่า ซึ่งเมื่อตากแล้วผ้าจะแห้งเร็วกว่า อย่างไรก็ตาม หากใช้รอยการปั่นสูงมากจะทำให้เสื้อผ้าเสียเร็ว โดยเฉพาะเสื้อยืด และกินไฟมากกว่า ดังนั้น รอบการปั่นทั่วไปควรเป็น 500 – 700 รอบต่อนาที

** โปรแกรมการซัก **

เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญแต่ละยี่ห้อมีโปรแกรมการซักแตกต่างกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วแทบทุกรุ่นจะสามารถทำโปรแกรมที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้ ดังนี้
1.โปรแกรมซักปกติ ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน คือ การซักด้วยผลซักฟอก การซักน้ำ 2 ครั้ง และการปั่นแห้ง
2.โปรแกรมซักผ้าปกติมาก จะเพิ่มอีก 1 ขั้นตอน คือ การซักก่อน 1 ครั้งโดยใช้ผงซักฟอก และจากนั้นจะทำตามโปรแกรมปกติ
3.โปรแกรมซักผ้าสังเคราะห์ หรือผ้าซักเบา ประกอบด้วย 3 ขั้นตอน แต่อาจมีการซักน้ำเพียง 1 ครั้ง และการปั่นแห้งที่ใช้รอบการปั่นที่ต่ำ ควรใช้น้ำยาซักแห้ง

** แผงควบคุมการทำงาน **

อาจมีแผงควบคุมการทำงานเป็นระบบ ‘ดิจิตอล’ หรือมีดวงไฟแสดงสถานะการซักของเครื่อง และการเลือกโปรแกรมการซักต่างๆ เป็นแบบปุ่มกดแบบไฟฟ้า หรือแบบสัมผัส โดยบางรุ่นจะใช้แบบปุ่มหมุนหรือปุ่มกดเพื่อเลือกโปรแกรมการทำงานของเครื่อง ซึ่งพบว่าปุ่มกดทั้ง 2 แบบไม่ม่ความแตกต่างกัน แต่ถ้าเป็นเรา เราจะเลือกซื้อแบบที่ไม่เป็นดิจิตอล เนื่องจากเครื่องซักผ้าต้องสัมผัสกับน้ำ อาจมีน้ำกระเด็นไปโดนหรือเข้าไปในปุ่มต่างๆ ปุ่มที่เป็นไฟฟ้าจะเสียง่าย นอกจากนี้ เครื่องซักผ้าที่ควบคุมการทำงานโดยระบบดิจิตัลลจะมีราคาแพงกว่าด้วย

** ระบบระบายน้ำของเครื่อง **

เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญฝาบน ส่วนใหญ่จะมีระบบระบายน้ำที่ไม่มีปัมพ์น้ำ ทำให้ผู้ใช้ต้องวางสายยางน้ำราบลงกับพื้น เพื่อที่จะให้เครื่องซักผ้าทำงานได้ แต่สำหรับเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าจะมีระบบปัมพ์ ดังนั้น ผู้ซื้อจึงต้องพิจารณาให้ดีว่าจะตั้งเครื่องซักผ้าที่ไหน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในอาคารชุด

** เครื่องซักผ้าและอบผ้าในเครื่องเดียวกัน **

เครื่องซักผ้าแบบนี้ ผู้ใช้สามารถใส่ผ้าลงซักและนำผ้าสะอาดออกมารีดได้เลย โดยไม่ต้องตาก ซึ่งถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ แต่มีข้อเสียคือกินไฟฟ้ามากและใช้เวลาทำงานนาน สำหรับประเทศไทยที่มีแดดตลอดปี เครื่องซักผ้าประเภทนี้จึงไม่ค่อยมีความจำเป็น และยังมีราคาที่แพงมากอีกด้วย