ระบบหลังคาไวนิลช่วยบ้านอย่างไรบ้าง

หมดปัญหาเรื่องบ้านร้อน

ด้วยระบบหลังคาไวนิลระบายอากาศที่ทำงานร่วมกับระบบการสะท้อนรังสีความร้อน กับระบบระบายความร้อนตามกลไกธรรมชาติ จะช่วยให้บ้านเย็นสบาย และประหยัดพลังงาน โดยสามารถเสริมนวัตกรรมอัลตร้าคูล หรือแผ่นสะท้อนความร้อน ซึ่งช่วยทั้งสะท้อนและป้องกันความร้อนในหนึ่งเดียว

หมดปัญหาเรื่องบ้านรั่ว

นวัตกรรมการออกแบบกระเบื้องด้วยระบบ Interlocking และระบบลิ้นราง ช่วยป้องกันการรั่วซึมจากการไหลย้อนของน้ำฝน แม้ไม่ได้ใช้ Sub Roof โดยระบบหลังคายังเน้นถึงการปิดทุกรอยต่อ พร้อมมีชุดครอบระบบแห้ง (Dry Tech System) ซึ่งทนทานตลอดอายุของผืนหลังคา

มั่นใจในความแข็งแรง ปลอดภัย ทนทาน

ระบบโครงหลังคาสำเร็จรูปช่วยกระจายแรงทำให้เกิดแรงยึดที่สามารถรับน้ำหนักได้อย่างเต็มที่ และด้วยวัสดุที่เป็นเหล็กกล้ากำลังแรงดึงสูง เคลือบโลหะกันสนิม ยึดด้วยระบบสกรูทั้งหมด ยิ่งช่วยป้องกันอันตรายจากการเกิดสนิมบริเวณรอยเชื่อม แถมติดตั้งง่าย จึงมีความปลอดภัยในการใช้งานสูง

ระบบหลังคาเพื่อบ้านสบาย

หากมองหลังคาแยกออกเป็นส่วน ๆ ก็จะพบว่าวัสดุมุงหลังคา ก็เปรียบเสมือนผิวหนังที่ห่อหุ้ม โครงหลังคาก็ทำหน้าที่เป็นกระดูก สร้างความแข็งแรง อุปกรณ์เสริมของหลังคาก็เป็นเหมือนเส้นเลือดที่ทำให้ทุกอย่างทำหน้าที่ได้ปกติ ดังนั้นหากต้องการให้หลังคาบ้านของคุณทำหน้าที่ได้ ไม่ขาดตกบกพร่อง ก็ควรให้ความสำคัญในทุกองค์ประกอบของหลังคา

นอกจากนี้ยังต้องเติมเต็มให้ครบทุกประโยชน์ของหลังคาด้วยอุปกรณ์หลังคา ที่ไม่เพียงทำให้หลังคาสวยงามเท่านั้น แต่ช่วยให้คุณมั่นใจในความแข็งแรง ทนทาน และปลอดภัย ไม่ร้อน ไม่รั่ว เพื่อบ้านที่อยู่ได้อย่างสบาย

การแบ่งประเภทของเสื้อยืด

ประเภทของเสื้อยืด (Type of T-shirt) โดยปกติเสื้อยืดจะสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ด้านใหญ่ๆ คือ

เนื้อผ้า (Fabric): แบ่งตามลักษณะของเนื้อผ้า เสื้อยืดส่วนใหญ่มักทำมาจาก cotton (ผ้าฝ้าย) ซึ่งก็สามารถแบ่งได้อีกเป็น cotton blends (ผ้าฝ้ายผสม), polyester (เส้นใยสังเคราะห์) และ polyester mesh (เส้นใยสังเคราะห์ตาข่าย)

ทรงเสื้อ (Shapes): ทรงเสื้อยืดพื้นฐานประกอบด้วย Long Sleeves (เสื้อยืดแขนยาว) No Sleeves (เสื้อยืดแขนกุด) Muscle (เสื้อกล้ามเข้ารูป) Short Sleeves (เสื้อยืดแขนสั้น) Tank Tops (เสื้อกล้ามคอลึกสำหรับเล่นกีฬา)

รูปแบบปกเสื้อ (Necklines): นอกจากทรงเสื้อแล้ว เสื้อยืดยังแยกย่อยได้อีก ตามรูปแบบปกเสื้อ คือ High Crew-Neck (เสื้อยืดคอกลม) High V-Neck (เสื้อยืดคอวี) Low Crew-Neck (เสื้อยืดคอกว้าง/คอลึก) และ Low V-Neck (เสื้อยืดคอวีลึก)

การให้ยาลดระดับกรดยูริกในเลือดในการรักษาโรคเก๊าท์

การลดระดับกรดยูริกในเลือดในการรักษาโรคเก๊าท์ควรกระทำหลังจากที่ข้ออักเสบหายสนิทแล้วเท่านั้นคืออยู่ในระยะที่เรียกว่าเป็น intercritical gout ยาที่ใช้มี อยู่ 2 กลุ่มด้วยกันคือ
1 uricosuric drugs เช่น probenecid, sulfinpyrazone และ benzbromarone ยากลุ่มนี้จะเพิ่มการขับกรดยูริกออกทางไต สำหรับ probenecid ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่เป็นนิ่วไต ในรายที่มีการขับกรดยูริกออกมาในปัสสาวะสูง (> 1,000 มก./วัน) หรือ GFR น้อยกว่าร้อยละ 50 แต่ถ้าเป็น benzbromarone อาจใช้ในรายที่มีภาวะไตเสื่อมเล็กน้อยได้ (GFR ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30) ในระยะแรกควรเริ่มใช้ยาในขนาดต่ำก่อน เช่น ให้กิน probenecid (500 มก.) หรือ benzbromarone (100 มก.) วันละครึ่งเม็ด แล้วเพิ่มขึ้นทุกๆ สัปดาห์จนสามารถควบคุมระดับกรดยูริกในเลือดได้เท่าที่ต้องการ ระหว่างนี้ควรแนะนำให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมากๆ 2-3 ลิตรต่อวัน และกินยา sodamint เพื่อปรับให้ปัสสาวะเป็นด่าง (pH ~ 7.0) ลดการตกตะกอนของกรดยูริกภายในเนื้อไตและท่อไต ถ้าอยู่ในสถานะที่กระทำได้ควรตรวจดูปริมาณกรดยูริกในปัสสาวะ 24 ชั่วโมงเป็นระยะๆ เพราะถ้ามีการขับกรดยูริกออกมาในปัสสาวะมากกว่า 1,100 มก. ต่อวันจะเสี่ยงต่อภาวะ uric acid nephropathy สูง

2 allopurinol เป็นยาต้านการทำงานของเอนไซม์ xanthine oxidase ช่วยลดการสร้างกรดยูริกในร่างกาย ใช้ลดกรดยูริกในรายที่มีการทำงานของไตบกพร่อง มีนิ่วไต ในรายที่มีการขับกรดยูริกออกมาในปัสสาวะสูง ในผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 60 ปี ผู้ป่วยที่แพ้ยากลุ่มแรก หรือ หลังจากที่ใช้ยากลุ่มแรกแล้วไม่ได้ผล ขนาดยาที่ใช้คือ 100-600 มก.ต่อวัน ให้กินวันละครั้งเดียว ยาจะถูกเตรียมมา 2 ขนาดด้วยกันคือ ขนาด 100 มก. และ 300 มก. โดยทั่วไปให้เริ่มกินในขนาด 100 มก. ต่อวันก่อน แล้วค่อยปรับขนาดขึ้นทุกสัปดาห์จนกว่าจะควบคุมระดับกรดยูริกในเลือดได้ การเริ่มยาด้วยขนาดสูงทันที่เช่น 300 มก. ต่อวันอาจทำให้ระดับกรดยูริกลดลงอย่างรวดเร็วและกระตุ้นให้ข้ออักเสบกำเริบขึ้นได้และเสี่ยงต่อการแพ้ยาที่รุนแรงโดยเฉพาะผื่นผิวหนังชนิด Steven Johnson syndrome ในรายที่ไตเสื่อมจะต้องปรับขนาดยาลง และต้องเฝ้าระวังภาวะตับอักเสบที่เป็นอาการแทรกซ้อนที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของ allopurinol ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ยาในขนาดสูงควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญ หากผู้ป่วยมีผื่นแพ้ยาตัองแนะนำให้หยุดยาทันทีและมาพบแพทย์เพื่อพิจารณาว่าสมควรจะให้กินยาต่อหรือไม่ เพราะถ้าเกิดอาการแพ้ยาที่รุนแรง จะมีอัตราตายสูง

ระหว่างการให้ยาควรติดตามดูระดับกรดยูริกในเลือดเป็นระยะๆ ควบคุมให้ระดับกรดยูริกในเลือดลดต่ำกว่า 5.5 มก./ดล. ในกรณีที่ให้ยาตัวใดตัวหนึ่งในขนาดสูงสุดแล้วยังไม่สามารถทำให้ระดับกรดยูริกในเลือดลดลงตามที่ต้องการได้ อาจใช้ยา 2 กลุ่มร่วมกัน เช่นให้กิน allopurinol ร่วมกับ benzbromarone ในขนาดต่ำ

ผู้ป่วยที่เป็น chronic tophaceous gout มักต้องกินยาลดกรดยูริกไปตลอดชีวิต สำหรับผู้ป่วยที่เพิ่งเริ่มมีอาการ อาจลดขนาดยาลงได้หลังจากที่ระดับกรดยูริกในเลือดลดต่ำลงอย่างมาก เช่น จาก 300 มก./วัน ลดลงเหลือ 200 มก./วัน แต่ต้องควบคุมให้ระดับกรดยูริกในเลือดนั้นต่ำกว่า 5.5 มก./ดล. เสมอ ถ้าลดยาลงแล้วทำให้ระดับกรดยูริกสูงขึ้นแสดงว่ายังมีแหล่งสะสมของผลึกกรดยูริกตกค้างอยู่ในร่างกายมาก ในกรณีเช่นนี้ไม่ควรลดขนาดยาลงอีก ควรให้ผู้ป่วยกินยาต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่งก่อนแล้วค่อยพิจารณาลดยาลงใหม่
การลดระดับกรดยูริกในเลือดจะทำให้ก้อน tophi เล็กลงหรือหายไปได้ โดยก้อนที่มีลักษณะเป็นถุงน้ำจะยุบลงเร็ว แต่ถ้าเป็นก้อน tophi ขนาดใหญ่ต้องใช้ระยะเวลานานเป็นปีกว่าจะยุบลง นอกจากนี้การควบคุมระดับกรดยูริกที่มีประสิทธิภาพจะทำให้หน้าที่ไตดีขึ้นได้

วิธีการติดตั้งกระเบื้องยางลายไม้

วิธีการติดตั้งกระเบื้องยางลายไม้

1. เตรียมพื้นที่ก่อนปูกระเบื้องยาง พื้นที่ที่จะติดตั้งจะต้องเป็นพื้นขัดมันเรียบ ไม่เป็นเม็ดทราย

2.พื้นที่ต้องแห้งสนิท ไม่เปียกชื้น

3. ควรเก็บรักษากาวและกระเบื้องยางไว้ ที่อุณหภูมิ 20-30 C ประมาณ 48 ชั่วโมงก่อนติดตั้ง

4. พื้นที่ติดตั้ง ต้องแห้งสนิทปราศจากฝุ่น และควรทำความสะอาดพื้น,คราบน้ำมันก่อน

5. เตรียมวัสดุที่ต้องใช้ในการปรับพื้นที่ เช่น ปูนซีเมนต์ดำ , ยิปซั่มผสมกาว , ซีเมนต์กาว

อย่ารีบเปิดตัวสตาร์ทอัพของคุณ

สตาร์ทอัพหน้าใหม่มักจะตัดสินใจลำบากเวลาต้องหาลูกค้าที่ชอบลองสินค้าหรือบริการใหม่ๆ โดยเฉพาะเวลาที่ทุนหนุนสตาร์ทอัพนั้นหายากเหลือเกิน กลยุทธ์การตลาดหลายๆอย่างก็ต้องการเงิน แรงและเวลามากน้อยแตกต่างกันไปไม่ว่าจะเป็นการทำ SEO, Facebook หรือ Email และจะเจอปัญหาอุปสรรคหินๆอีกเยอะ หากคุณควักเงินของตัวเองลงในสตาร์ทอัพ

แล้วตอนไหนล่ะที่คุณสมควรเปิดตัวสตาร์ทอัพของคุณ? มาถามตัวเองกับ 3 คำถามนี้ก่อน

1. แอปพลิเคชั่น เว็บไซต์ สินค้า และบริการที่คุณมีอยู่นั้น พร้อมหรือยัง?

ดึงความสนใจของลูกค้าให้ได้ ให้เขาหยุดชะงักมาดูมาหยิบจับมาทดลองใช้สินค้าของคุณ ของแจกของฟรี โบรชัวร์ถ้ามีก็ดี แต่ไม่มีวิธีไหนที่ขายสินค้าได้ดีกว่าทดลองใช้ให้ดูอีกแล้ว ต่อให้คุณมีแค่ตัวต้นแบบก็เถอะ เพราะตัวต้นแบบก็ช่วยพิสูจน์สิ่งที่คุณเชื่อในสินค้าของคุณได้หลายๆอย่าง ลูกค้าจะได้สังเกตและลองใช้สินค้าได้ตรงๆ ตัวต้นแบบนี่แหละคือคำถามชั้นดี ช่วยให้คุณรู้ว่าจริงๆแล้วลูกค้าต้องการหรือไม่ต้องการอะไรกันแน่ อะไรที่ลูกค้าคาดหวัง

แต่ถ้าคุณไม่มีอะไรจะอวด หรือสินค้าของคุณมันทำงานไม่ได้ดีพอ งั้นก็อย่าเอาออกมาอวดเลย ไม่คุ้มเงินคุ้มเวลาหรอกถ้าคุณดึงความสนใจของลูกค้าไม่ได้ และยิ่งถ้าคู่แข่งของคุณเอาของออกมาอวดแล้วล่ะก็ คุณมีแต่เสียกับเสีย

2. นำเสนอได้เจ๋งจริงหรือยัง?

สาธิตการใช้สินค้าไปก็เท่านั้น ถ้าไม่นำเสนอได้ดึงดูดใจและมีพลังมากพอที่จะสื่อคุณค่าที่กิจการของคุณเน้นมาตลอด แม้ประโยคเดียวที่คุณพูดออกไปก็สร้างความประทับใจได้ นอกจากสินค้าของคุณจะดีมีจุดเด่นไม่เหมือนใครแล้ว ถ้าคุณนำเสนอว่ามันดีมันเด่นต่างจากคู่แข่งอย่างไรไม่ได้ คุณก็ยังไม่พร้อมที่จะเปิดเปิดตัวสตาร์ทอัพของคุณหรอก ไปทำการบ้านมาก่อนดีกว่า อย่าหน้าแตกต่อหน้าสตาร์ทอัพคู่แข่งเลย

3. พร้อมที่จะทุ่มเวลาให้กับสตาร์ทอัพหรือยัง?

สตาร์ทอัพก็เหมือนธุรกิจทั่วไปที่ต้องหาคนที่มีแนวโน้วจะซื้อสินค้าใช้บริการของเรา หากมีงานแสดงสินค้าหรือบริการในวงการที่สินค้าบริการของคุณเกี่ยวข้อง คุณก็ควรจะไปเปิดตัวที่นั่นด้วย เพราะสื่อต่างๆ นักลงทุน คนอยากลองของใหม่ๆ ก็จะกรูเข้ามาหาคุณ เพียงแค่อยากรู้ว่าคุณจะพูดอะไร คุณแค่อยู่ๆเฉยๆ ทุกคนก็เข้ามาหาแล้ว

แต่ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นแค่วันที่คุณแสดงสินค้าบริการเพียงวันเดียว คุณต้องคอยติดตามคนพวกนั้นโดยเฉพาะคนที่สนใจสินค้าบริการของเรา และกลุ่มนักลงทุน ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างมาก แต่ผลที่ได้คุ้มค่าแน่นอน แต่ถ้าไม่ได้เวลามากขนาดนั้น ก็เอาเวลาไปทำแคมเปญอย่างอื่นเถอะ หรือจะรอจังหวะที่พร้อมจริงๆจะดีกว่า

งานเปิดตัวของสตาร์ทอัพนั้นมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด เพียงแต่ว่าคุณต้องเลือกงานที่เหมาะกับเวลาที่สตาร์ทอัพของคุณพร้อมจะเปิดตัวด้วย

แหล่งที่มา

https://www.techinasia.com/time-exhibit-startup

สำนักงานให้เช่ากับการตัดสินใจพัฒนาเพื่อขายหรือเพื่อเช่า

ในการพัฒนาโครงการสำนักงานของผู้ประกอบการต้องตัดสินใจว่าจะพัฒนาแล้วขยายออกไปหรือเพื่อให้เช่า ซึ่งการพัฒนาแล้วแบ่งพื้นที่เป็นส่วนๆและขายเป็นอาคารชุดสำนักงานโดยผู้พัฒนาอาจจะเข้ามาดูแลบริหารอาคารหลังการขายหรือให้ผู้ซื้อดำเนินการหาผู้ดูแลอาคารผ่านนิติบุคคลอาคารชุดก็ได้

การพัฒนาแล้วขายออปไป ผู้พัฒนาได้รายได้ทันที คืนทุนเร็ว ไม่ต้องผูกพันในการบริหารจัดการในระยะยาว เหมาะกับผู้ประกอบการที่ไม่เชียวชาญในการบริหารอาคารหลังการขายหรือไม่คิดจะพัฒนาธุรกิจอาคารหลังการขายหรือไม่คิดจะพัฒนาธุรกิจอาคารสำนักงานต่อเนื่อง แต่การพัฒนาแล้วขายนั้น ในระยะยาวการจัดการภายในอาคารค่อนข้างทำได้ลำบาก เนื่องจากมีหลายเจ้าของ ต้องใช้มติที่ประชุมเจ้าของร่วม เมื่ออาคารเก่าต้องปรับปรุงก็จะทำได้ยากกว่าอาคารเช่าที่เจ้าของอาคารเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจชัดเจน ลูกค้าที่นิยมซื้อสำนักงานในอาคารที่ขายขาด ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการ SMEs หรือผู้ซื้อที่ต้องการลงทุนซื้อไว้ให้เช่ารวม ทั้งเจ้าของบริษัทที่ซื้อไว้ให้บริษัทที่ตนบริหารเช่าเพื่อต้องการผลตอบแทนระยะยาว

ส่วนสำนักงานให้เช่านั้น ผู้พัฒนาจะได้รายได้หลักในรูปค่าเช่าที่คืนทุนช้าแต่เป็นรายได้แน่นอน สามารถปรับราคาค่าเช่าให้สอดคล้องกับราคาตลาดที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้ การปรับปรุงอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่เมื่ออายุอาคารมากขึ้นก็ทำได้ง่าย ปกติแล้วผู้เช่าอาคารที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่นิยมเช่ามากกว่าสำนักงานที่เป็นอาคารชุดเนื่องจากมีความยืดหยุ่นในการลดหรือขยายพื้นที่ให้สอดคล้องกับจำนวนพนักงานในอนาคต

นอกจากการพัฒนาเพื่อขายหรือเพื่อเช่าแล้ว ยังมีการพัฒนาอาคารสำนักงานให้ผู้เช่าระยะยาวเพื่อให้ออกแบบอาคารได้ตรงกับความต้องการของผู้เช่า เช่น อาคารสำนักงานของบริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย ที่ให้บริษัท แกรนด์คาแนล จำกัด(มหาชน) ทำการพัฒนาให้แล้วทำสัญญาเช่าระยะยาวกับทางบริษัทแบบเช่าทั้งอาคาร

ขั้นตอน การขัดพื้นปาเก้ด้วยเครื่องขัดพื้น

ขั้นตอน การขัดพื้นปาเก้ ส่วนใหญ่ก็จะมีอยู่ 3 ขั้นตอน

การขัดเที่ยวแรกจะขัดโดยใช้กระดาษทรายหยาบ (ใช้เครื่องแบบเข็น) เป็นการขัดให้กินเนื้อไม้เพื่อปรับให้พื้นไม้เรียบเสมอกัน เนื่องจากเมื่อตอนปูไม้ปาร์เก้ ความหนาของไม้แต่ละแผ่นอาจไม่เท่ากัน (แตกต่างกันเล็กน้อย) และเป็นการขัดคราบสกปรกต่างๆที่อยู่บนผิวไม้ออก

เมื่อขัดจนพื้นไม้เรียบเสมอกันแล้ว เที่ยวที่สองก็จะขัดด้วยกระดาษทรายละเอียดอีกหนึ่งเที่ยว (โดนใช้เครื่องขัดแบบรถเข็น) เพื่อเป็นการปรับผิวเสี้ยนไม้ที่ยังหยาบให้เรียบเนียนขึ้น
เที่ยวที่3 ก็จะเป็นการขัดด้วยเครื่องขัดพื้นขนาดเล็กเพื่อขัดเก็บงานบริเวณที่รถขัด(เครื่องขัดปาร์เก้แบบรถเข็น) เข้าไม่ถึง เช่น ตามซอกพื้นหรือมุมพื้น ต่างๆ

ขั้นตอนการขัดพื้นปาเก้ ก็จะประมาณนี้ก็คงจะพอเห็นภาพกันกว่าจะออกมาเป็นพื้นปาเก้สวยงามเงาวับอย่างที่เราเห็นๆกันไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านขั้นตอนหลายขั้นตอน ซึ่งหลังจากขั้นตอนการขัดแล้วก็จะเหลือขั้นตอนการทำสีอีก จึงไม่น่าแปลกที่การตกแต่งพื้นบ้านด้วยวัสดุชนิดนี้จะมีราคาค่อนข้างแพง เนื่องจากขั้นตอนการทำต้องทำหลายขั้นตอนบวกกับค่าวัสดุ โดยเฉพาะไม้ถ้าเลือกเกรดดีๆก็จะมีราคาแพงขึ้นไปอีก

ลักษณะของกรงสุนัขที่ดี

ลักษณะของกรงสุนัขที่ดี

1. มีสารเคลือบกันสนิม ทำให้ไม่ผุพังง่าย
2. มีถาดรองรับสิ่งสกปรกอยู่ข้างล่าง สามารถชักเข้า ชักออกได้ง่าย
3. มีขนาดพอเหมาะ ที่จะทำให้สุนัขเดินกลับตัวไปมาได้สะดวก โดยเฉพาะเวลาลุกขึ้นยืนไม่อึดอัด หรือเตี้ยแคบ จนเกินไป
4. เป็นชนิดที่เคลื่อนย้ายได้สะดวก ไม่มีน้ำหนักมาก
5. มีความทนทานต่อการกัดแทะของสุนัขสูง
6. อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก ควรใช้ตาข่ายขนาดถี่ เพื่อป้องกันยุงกัดในเวลากลางคืนด้วย การมีกรงสุนัข ไม่ใช่เพื่อเจตนาจะเลี้ยงสุนัขให้อยู่ในกรงตลอดเวลา เพราะเช่นนี้จะทำให้พฤติกรรมของมันเปลี่ยนไปเป็นก้าวร้าว ธรรมชาติของสุนัขมันอยากอยู่ใกล้ชิดกับคนเลี้ยง โดยเฉพาะเมื่อตอนมันอายุ 2 – 5 เดือนแรก ไม่ควรกักขังอยู่แต่
ในกรงเด็ดขาด เพราะจะทำให้มันขาดการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนและสัตว์อื่นได้ เป็นไปได้ควรจัดหากล่องสำหรับให้ มันอยู่ภายในบ้าน หน้าห้องนอน หรือใต้บันไดบ้านบ้าง นอกจากนั้นการปล่อยและฝึกให้มันออกจากกรงเป็นเวลา จะทำให้มันเคยชินและรู้ดีว่านั่นหมายถึงเวลาขับถ่ายของเสีย เวลาทานอาหาร ควรปฏิบัติและทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ จะทำให้สุนัขของคุณมีนิสัยที่ดี

เทคนิคการให้อาหารหมา

เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการเลี้ยงสุนัขที่เจ้าของจะต้องเรียนรู้ และเข้าใจ ในพฤติกรรมของสุนัข มิฉะนั้นสุนัขของคุณก็จะเติบโตอย่างไม่มีคุณภาพ เทคนิคการให้อาหารหมามี 3 วิธี คือ

1. ตักให้เยอะๆครั้งเดียว ให้สุนัขเลือกทานเอง กรณีนี้น้องหมาคุณจะทานอาหารได้ทั้งวัน ทั้งคืน เป็นการสะดวกต่อเจ้าของที่มีธุรกิจมาก ไม่ค่อยจะอยู่บ้านเลี้ยงดูมันอาหารประเภทนี้ควรเป็นอาหารประเภทเม็ดจะสะดวกที่สุด เพราะหากให้เป็นอาหารสดเมื่อทิ้งไว้นานๆ จะทำให้บูดเน่าเป็นอันตรายต่อสุนัข

ข้อเสียของการให้อาหารประเภทนี้ จะทำให้เราไม่รู้ได้เลยว่าสุนัขตัวไหนได้กินมาก หรือกินน้อย หรือตัวไหนไม่ได้กินเลย เพราะพฤติกรรมของสุนัขก็มักมีการเบ่งอวดความแข็งแกร่งถึงขนาดขู่ไม่ให้ทานอาหารเลยก็มี ซึงกรณีนี้เราจะล่วงรู้ได้อีกทีก็ต่อเมื่อสุนัขบางตัว ของท่านซูบผอม หรือไม่สบาย หรือในระหว่างที่ทิ้งไว้อาจมีนก มีหนูมากินแทะอาหารที่เราทิ้งไว้ ซึ่งเป็นพวกนำเชื้อโรคมาสู่น้องหมาของเราที่อาจไปกินโดนเม็ดที่หนูแทะไว้ อาจทำให้ท้องเสีย หรืออาจถึงขึ้นตายได้

2. ให้อาหารโดยควบคุมเรื่องเวลา การกำหนดเวลาให้อาหารหมา จะทำให้มันรู้ เวลาของมันโดยอัตโนมัติ พอถึงเวลาน้องหมาของท่าน ก็จะเรียกร้องที่จะขออาหารทาน เช่น เดินตาม หรือเห่าร้อง เอามือตะกายประตู หรือข้างฝา สุนัขบางตัวจะค่อยๆ กิน บางตัวก็จะรีบกินโดยไม่ตรวจสอบดูว่า อาหารในจานเป็นอะไรมีมากน้อยเพียงแค่ไหน ควรจำกัดเวลากินของมันสัก 20-30 นาทีก็จัดเก็บอาหาร เก็บไว้ให้มันกินในมื้อต่อๆ ไป
ลูกสุนัขที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือนควรให้กินวันละ 3 มื้อ 6-12 เดือนควรให้กินวันละ 2 มื้อ อายุเกิน 1 ปีขึ้นไปให้กินวันละ 1 ครั้งก็พอ

3. แบ่งอาหารตามสัดส่วนและอัตราการกินของสุนัขแต่ละตัว สุนัขแต่ละตัวมีพฤติกรรมการกินที่แตกต่างกันออกไป บางตัวกินน้อย บางตัวกินมาก บางตัวนอกจากจะกินมากแล้ว ยังกีดกันไม่ให้ตัวอื่นกินในที่ของมันอีก วิธีนี้จะเป็นวิธีการให้อาหารทีดีที่สุด แต่คุณจะต้องมีเวลาที่จะคอยควบคุมการกินของบรรดา เหล่าสุนัขพวกนี้

ปัญหาที่ทำให้ผู้เลี้ยงสุนัขประสบอีกอย่างหนึ่งคือ ปัญหาการเปลี่ยน อาหารสุนัข พบว่าสุนัขบางตัวปฏิเสธไม่ยอมรับอาหารใหม่เหล่านั้น วิธีการที่ถูกต้องในการปรับให้สุนัขทานอาหารใหม่ ต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยสัปดาห์แรกควรนำ อาหารเก่าและใหม่มาคลุกรวมกันในอัตราส่วน 1 ต่อ 4 เพื่อไม่ให้สุนัขลืมรสชาติอาหารเก่า สัปดาห์ที่ 2 เพิ่มอัตราส่วนอาหารใหม่เป็น

1 ต่อ 2 พอสัปดาห์ที่ 3 ก็เพิ่ม เป็น 3 ต่อ 4 และสัปดาห์ต่อไปก็ลอง ให้อาหารใหม่ เพียงอย่างเดียว สุนัขของคุณก็จะเคยชินและยอมรับอาหารใหม่ไปโดยปริยาย

การเปลี่ยนอาหารใหม่ให้สุนัขเป็นเรื่องที่ดี ดังกล่าวมาแล้ว เพราะจะทำให้สุนัขได้รับสารอาหารชนิดอื่นหมุนเวียนครบถ้วนกรณีที่มันไม่ยอมรับ ผู้เลี้ยงต้องทำใจและค่อยๆ ปรับเปลี่ยนโดยใช้เวลา ซึ่งอาจจะนานกว่า 4 สัปดาห์ ถ้ามันเป็นสุนัขที่ดื้อและไม่ยอมเปลี่ยนอาหารง่าย ๆ

การทำกลยุทธ์ คอนเทนท์ มาร์เกตติ้ง ที่ถูกต้อง

การทำกลยุทธ์ คอนเทนท์ มาร์เกตติ้ง ที่ถูกต้องนั้นสามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีจนน่าตกใจ โดยในปี 2016 ด้วยกระแสที่มาแรงแทบทุกธุรกิจเริ่มหันมาทำการตลาดออนไลน์มากยิ่งขึ้น ถึงเวลาแล้วที่ธุรกิจของคุณจะเริ่มวางแผน ปรับแต่ง เพื่อให้ได้ คอนเทนท์ที่ตอบโจทย์กับธุรกิจของคุณที่สุด โดยคำนึงถึงหลักเหล่านี้

อย่ามองคอนเทนท์ เป็นเพียงแค่ตัวหนังสือ

สมัยนี้การใช้บล็อกที่มีแค่ตัวหนังสือไม่อาจตอบสนองความพึงพอใจของผู้บริโภคได้เพียงพออีกต่อไป Infographics, eBooks, vlogs เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าคอนเทนท์ได้เปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว ซึ่งคุณสามารถนำไปปรับใช้ให้เข้ากับกลยุทธ์ของคุณ โดยไม่ยึดติดกับแบบใดแบบหนึ่ง

โดยในปีที่แล้วจำนวนวีดีโอจากผู้ใช้และแบรนด์บนเฟสบุ๊กนั้นมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเกือบ 4 เท่าจากปีก่อน เพราะวีดีโอเป็นสื่อที่แชร์และรับชมได้ง่าย ส่วน Vlog หรือ Video Blog ที่เล่าเรื่องราวในบล็อกผ่านวิดีโอก็เป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้นซึ่งคุณสามารถใช้ช่องทางนี้ในการทำการตลาดได้ คอนเทนท์แบบใหม่นี้จึงเป็นสิ่งที่คุณจะต้องเพิ่มสัดส่วนให้มากขึ้นในปี 2016

คอนเทนท์ มาร์เกตติ้ง เป็นช่องทางที่ดีในการนำเสนอให้เห็นว่าแบรนด์ของคุณเป็นมืออาชีพในเรื่องนั้นๆ อย่ากลัวหากต้องแจกข้อมูลที่มีประโยชน์แบบฟรีๆ เพราะถ้าคุณทำมันได้ดี ผู้บริโภคของคุณจะเริ่มรู้สึกไว้วางใจในแบรนด์มากขึ้น

เพื่อให้เห็นภาพยิ่งขึ้น ผมขอยกตัวอย่าง : เว็บ Market Domination Media ที่คอยอัพเดทข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้กับเจ้าของธุรกิจ และข้อมูลอื่นๆอีกมากมายโดยไม่เสนอขายสินค้าใดๆในบทความเลย หากผู้อ่านชื่นชอบก็สามารถลงทะเบียนรับข่าวสารจากเว็บไซต์ได้ แต่วิธีในการขายแบบแนบเนียนคือการคิดแบนเนอร์โฆษณาในเว็บไซต์ ซึ่งวิธีนี้จะไม่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าคุณกำลัง ฮาร์ดเซลล์ใดๆเลย

B2C และ B2B ก็เวิร์คสำหรับ คอนเทนท์ มาร์เกตติ้ง

คอนเทนท์ มาร์เกตติ้ง ให้ผลลัพธ์ที่ดี ทั้งธุรกิจแบบ B2B และ B2C ซึ่งมีแนวคิดในการขายที่คล้ายกัน ต่างกันเพียงวิธีที่ใช้

ในธุรกิจ B2C หรือ ธุรกิจแบบบริษัทต่อผู้บริโภคโดยตรงนั้น คอนเทนท์ที่ใช้ควรจะมีเรื่องราวที่น่าสนใจและสามารถเข้าถึงอารมณ์ผู้บริโภคได้มากกว่า แต่ในธุรกิจ B2B หรือธุรกิจแบบบริษัทต่อบริษัท นั้น สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะเป็นข้อมูลของสินค้านั้นๆในรูปแบบที่น่าสนใจและเข้าใจง่าย

ตัวอย่างของคอนเทนท์สำหรับ B2C คือ เบียร์ Budweider ที่สร้างโฆษณาโดยอาศัยการเล่นคำระหว่าง Poppy love เป็น Puppy Love ที่ดึงดูดความสนใจด้วยเจ้าสุนัขตัวน้อยที่ทำให้ผู้ชมตกหลุมรัก และสามารถถ่ายทอดความเป็น Budweiser ได้โดยไม่ต้องใช้สินค้าในวีดีโอด้วยซ้ำ

ตัวอย่างของคอนเทนท์สำหรับ B2B คือ การใช้ Infographic ที่มีลูกเล่นสนุกๆในการแสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติเด่นของสินค้า ที่จะช่วยให้บริษัทที่ซื้อสามารถประหยัดเงินจำนวนมหาศาลได้จากสินค้าตัวนี้

มีดัชนีวัดผลความสำเร็จของงาน (KPIs) เพื่อวัดผลความสำเร็จและความล้มเหลวของ คอนเทนท์ มาร์เกตติ้งของคุณ

อย่าลืมตรวจสอบประสิทธิภาพของคอนเทนท์ของคุณ เพื่อปรับปรุงให้คอนเทนท์ของคุณได้ผลมากยิ่งขึ้นโดยคุณสามารถวัดผลได้จากหลายวิธีดังนี้

วัดจากจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ : จำนวนของผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ผ่านคอนเทนท์หรือแคมเปญของคุณ คุณสามารถใช้ Google’s URL builder และ Google Analytics ในการช่วยตรวจสอบสิ่งนี้

วัดจากจำนวนโซเชียลแชร์ : วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมในไทย ที่วัดผลโดยจำนวนผู้ไลค์และแชร์คอนเทนท์ของคุณเป็นตัวชี้วัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บางครั้งยอดแชร์จำนวนมากอาจไม่ได้ทำให้เกิดการซื้อที่เท่ากัน

วัดจากจำนวนการตีกลับหรือ Bounce Rate : จำนวนการตีกลับที่มาก หมายถึงผู้ชมเข้าชมเนื้อหาแล้วปิดหน้าต่างทันที และไม่คลิกเปิดหน้าอื่นๆบนเว็บไซต์ ซึ่งสิ่งนี้แปลว่าคอนเทนท์ของคุณไม่มีความน่าสนใจพอ

วัดจากจำนวน Inbound Links Earned : คอนเทนท์ที่ดีนั้นจะทำให้ผู้คนจากเว็บไซต์อื่นนำลิ้งค์ไปแชร์ สิ่งนี้จะช่วยให้เว็บของคุณมีผล SEO ที่ดีอีกด้วย

วัดจากระยะเวลาที่ผู้ชมใช้บนเว็บไซต์ : หากคุณเขียนคอนเทนท์ที่มีเนื้อหาจำนวนมาก แต่ผู้ชมใช้เวลาไม่ถึง 15 วินาทีบนเว็บไซต์ นั่นแปลว่า ผู้ชมไม่พบสิ่งที่เขาต้องการบนเว็บไซต์ของคุณหรือคอนเทนท์ของคุณมีความน่าสนใจไม่พอ

วัดจาก Conversion rate : อัตราการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนแปลงยอดซื้อ การสมัครเป็นสมาชิก เป็นต้น

วัดจากจำนวนยอดขาย : เป็นอีกหนึ่งตัววัดผลที่สำคัญที่ช่วยบอกว่า ของ คอนเทนท์ มาร์เกตติ้ง สามารถสร้างกำไรได้มากน้อยเพียงใด?

อย่าลืมปรับแต่ง คอนเทนท์ มาร์เกตติ้ง ของคุณให้มีความหลากหลาย

คอนเทนท์ มาร์เกตติ้งสามารถให้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม แต่ไม่มีคอนเทนต์ใดที่ตอบโจทย์ธุรกิจของคุณได้ในคอนเทนท์เดียว สิ่งที่คุณต้องทำคือการสร้างคอนเทนท์แต่ละรูปแบบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุณต้องการเป็นอย่างๆไป เช่น คอนเทนท์แบบหนึ่งเหมาะสำหรับการสร้าง Brand Awareness แต่ไม่เหมาะสำหรับการขาย เป็นต้น

การวางกลยุทธ์ที่เป็นลำดับขั้นตอน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ค่อยๆทำไปให้บรรลุจุดประสงค์แต่ละข้ออย่างใจเย็น และคอนเทนท์ มาร์เกตติ้งนี้เองจะเป็นอีกสุดยอดวิธีที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมากในอนาคต

ที่มา : http://oneworlddigital.net