ค่าใช้จ่ายต่างๆที่จะเกิดขึ้นในการไปทัวร์ฮ่องกง มาเก๊า

ฮ่องกงและมาเก๊าเป็นเขตปกครองตัวเองพิเศษของประเทศจีนที่อยู่ห่างกันเพียง 60 นาทีด้วยเรือเฟอร์รี่จึงทำให้มักจะเป็น 2 เมืองที่นักท่องเที่ยวเลือกที่จะเดินทางไปเที่ยวพร้อมๆกัน มีแหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นทางด้านวัฒนธรรม ศาสนาและความเจริญก้าวหน้าของเมือง เป็นเมืองที่มีมีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก มีความปลอดภัยสูง และมีเครือข่ายการคมนาคมต่างๆที่สะดวก รวดเร็วและปลอดภัย โดยเฉพาะฮ่องกงที่มีเครือข่ายรถไฟใต้ดินขนาดใหญ่และครอบคลุมพื้นที่มาก โดยทั่วๆไปฮ่องกงและมาเก๊ามีร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวคล้ายกัน แต่ฮ่องกงจะมีค่าใช้จ่ายแพงกว่ามาเก๊าประมาณ 15-20% ทั้งค่ากินอยู่ ค่าโดยสารและค่าที่พัก

“ไปทัวร์ฮ่องกง มาเก๊าจะใช้เงินเท่าไหร่?” หรือ “ไปเที่ยวฮ่องกงหรือมาเก๊าเท่านี้วันต้องแลกเงินไปเท่าไหร่?” แต่สำหรับคนที่จะไปเที่ยวมาเก๊าอย่างเดียวสามารถใช้นำเอาค่าใช้จ่ายมาลดจากของฮ่องกงไปประมาณ 15-20% ได้เลย ในการท่องเที่ยวต่างประเทศทั่วๆไปจะแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็น 2 อย่างหลักๆ คือ ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ และค่าใช้จ่ายในการเที่ยวในแต่ละวัน ซึ่งก็จะแบ่งย่อยๆออกมาได้อีกประมาณ 5 ประเภทคือ ค่าที่พัก, ค่ากินอยู่, ค่าเดินทางภายในประเทศ, ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งจะเห็นได้ว่าค่าใช้จ่าย 5 อย่างหลังนี้จะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่เราอยู่เที่ยว ซึ่งสำหรับฮ่องกงมาเก๊าคนมักจะมาเที่ยวกันประมาณ 3-5 วัน โดยเราจะบอกราคาคร่าวๆของแต่ละแบบเอาไว้ด้วย

1. ค่าตั๋วเครื่องบิน เป็นค่าใช้จ่ายหลักของการไปทัวร์ฮ่องกง มาเก๊าเพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไปกันประมาณ 3-5 วัน ทำให้สัดส่วนของราคาตั๋วเครื่องบินกับงบประมารในการเที่ยวโดยรวมนั้นค่อนข้างสูง ถ้าเป็นสายการบินแบบ Low Cost เช่น Air Asia ไปกลับ จะประมาณ 3,000-7,000 บาท แต่ถ้าเป็นสายการบินแบบ Full Service เช่น การบินไทย ก็จะประมาณ 7000 บาทขึ้นไป

เพราะฉะนั้นใครต้องการไปเที่ยวแบบประหยัด จะต้องหาตั๋ว Low Cost ช่วงโปรโมชั่นมาให้ได้ ถ้าโชคดีอาจจะได้มาต่ำกว่า 3,000 บาทก็เป็นได้

2. ค่าที่พัก ในฮ่องกงจะแบ่งเป็น 2 แบบหลักๆ คือ แบบโรงแรมทั่วๆไป มีตั้งแต่ 2 ดาวถึง 5 ดาว เริ่มต้นประมาณ 1,800 บาทต่อห้องต่อคืน แล้วแต่โรงแรมแล้วแต่ทำเล และแบบเกสเฮ้าส์(Guest House)ที่เจ้าของดัดแปลงห้องพักของชาวฮ่องกงมาเป็นโรงแรม สภาพก็จะแบบบ้านๆหน่อย ราคาถูกกว่า ประมาณ 1,200 บาทต่อห้องต่อคืน ใครอยากประหยัดก็แนะนำให้นอนแบบเกสเฮ้าส์

3. ค่าของกิน จะขอแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ อาหาร และเครื่องดื่ม โดยอาหารแบบทั่วๆไปง่ายๆของฮ่องกงเช่นพวก บะหมี่เกี้ยว ข้าวหน้าเป็ด โจ๊ก จะจานละประมาณ 25-50 เหรียญฮ่องกง แต่ถ้าเป็นอย่างอื่นหรือร้านดังก็จะแพงขึ้นตามลำดับ สำหรับน้ำดื่ม น้ำขวด 500ml ในร้านสะดวกซื้อจะตกขวดละ 9 เหรียญฮ่องกง

4. ค่าเดินทางฮ่องกงหลักๆจะเป็นรถไฟใต้ดินกับรถบัส โดยรถไฟใต้ดิน MTR จะราคาเริ่มต้นประมาณ 3.5 เหรียญฮ่องกง ส่วนรถบัสจะเริ่มต้นประมาณ 2 เหรียญฮ่องกง แต่ราคาจะสูงขึ้นมากทันทีที่ข้ามเกาะ การวางแผนเที่ยวในแต่ละเกาะไม่เดินทางข้ามไปข้ามมาระหว่างเกาะมากก็จะประหยัดไปได้เยอะพอสมควร รวมทั้งการศึกษาเส้นทางรถบัสไว้ก็จะประหยัดได้ขึ้นไปอีก ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าไปเที่ยวกัน 3 วันจะใช้กันประมาณ 120 เหรียญฮ่องกง

การเลือกกรงสุนัขให้น้องหมา

สำหรับการเลือกกรงสุนัขให้น้องหมาพันธุ์เล็กนั้นมีีวิธีพิจารณาง่ายๆ ดังนี้ค่ะ …

1. ถึงแม้กรงของน้องหมาพันธุ์เล็กส่วนใหญ่จะตั้งอยู่แต่ในบ้าน แต่ก็ควรให้ความสำคัญกับความทนทานของวัสดุที่ใช้ทำกรง ไม่ควรเป็นวัสดุที่ขึ้นสนิมได้ง่าย และจะต้องมีความทนทานต่อการกัดแทะของน้องหมาได้สูง เพราะน้องหมาอาจจะกัดแทะหรือเลีย ทำให้มีผลเสียต่อร่างกายของน้องหมาได้ค่ะ
2. ควรมีถาดรองรับสิ่งสกปรกอยู่ข้างล่าง สามารถชักเข้า ชักออกไปทำความสะอาดได้ง่าย
3. ตัวกรงจะต้องมีขนาดพอเหมาะ ที่จะทำให้น้องหมาเดินกลับตัวไปมาได้สะดวก โดยเฉพาะเวลาลุกขึ้นยืนไม่อึดอัด หรือเตี้ยแคบ จนเกินไป
4. ควรเป็นกรงชนิดที่เคลื่อนย้ายได้สะดวก มีน้ำหนักไม่มาก เพื่อให้ง่ายแก่การนำกรงน้องหมาออกไปล้างทำความสะอาด และตากแดดฆ่าเชื้อ
5. จะต้องเป็นกรงที่อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวก ควรติดตาข่ายขนาดถี่ เพื่อป้องกันยุงกัดในเวลากลางคืนด้วย

การมีกรงสุนัขให้น้องหมาไม่ใช่เพื่อเจตนาจะเลี้ยงน้องหมาให้อยู่ในกรงตลอดเวลา เพราะถ้าหากทำแบบนั้นจะทำให้พฤติกรรมของน้องหมาเปลี่ยนไปเป็นก้าวร้าว เนื่องจากโดยธรรมชาติของน้องหมาเขาอยากอยู่ใกล้ชิดกับผู้เลี้ยง โดยเฉพาะเมื่อตอนเขาอายุ 2-5 เดือนแรก ไม่ควรกักขังอยู่แต่ในกรงเด็ดขาด เพราะจะทำให้มันขาดการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนและสัตว์อื่นได้ ผู้เลี้ยงควรฝึกให้น้องหมา เข้า-ออก จากกรงเป็นเวลา วิธีนี้จะทำให้น้องหมาเคยชินและรู้ดีว่านั่นหมายถึงเวลาขับถ่ายของเสีย เวลาทานอาหาร ควรปฏิบัติและทำอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ จะทำให้น้องหมามีนิสัยที่ดีค่ะ

เลือกที่นอนให้ถูกใจในแบบที่ชอบ

ห้องนอน เป็นห้องหนึ่งที่มีความสำคัญมากในชีวิตคู่ เพราะนอกจากห้องนอกจะเอาไว้พักผ่อนแล้ว ห้องนอนยังเป็นที่ที่คุณสามารถเติมเต็มความรักให้แก่คู่รักของคุณได้อย่างมีความสุข แต่จะเสียอารมณ์แค่ไหนหากห้องนอน หรือ ที่นอนของคุณไม่สมดังใจหมาย อารมณ์รักจางหาย เพราะที่นอนทำเหตุ ดังนั้นห้องนอนเป็นอีกห้องที่คู่แต่งงานใหม่ควรจะใส่ใจเพื่อที่จะได้ทำให้ ชีวิตคู่ขอคุณมีความสุขตลอดไปค่ะ

เลือกที่นอนให้ถูกใจในแบบที่ชอบ

….. ที่นอนนุ่มๆ เจ้าบ่าว เจ้าสาว ชอบแบบหนานุ่ม แน่น หรือ บางแต่นิ่ม ต้องเลือกและคัดสรรดูจากวัสดุที่นำมาทำที่นอนเป็นหลัก

….. ที่นอนสปริง มีส่วนผสมของเส้นใยโพลีเอสเตอร์พิเศษ จะสามารถระบายอากาศได้ดี ฟองน้ำ ฝ้าย และควรมีจำนวนสปริงกระจาย อยู่ทั่วทั้งที่นอน

….. ที่นอนฟองน้ำ เป็นวัสดุสังเคราะห์ จึงไม่ทำให้เกิดเชื้อราหรือแบคทีเรีย นอนแล้วนุ่ม แต่ถ้าใช้ไปสักระยะนึง เจ้าบ่าว เจ้าสาว บางคนอาจจะรู้สึกว่านิ่มไป เพราะยุบตัวเร็ว

….. ที่นอนใยธรรมชาติ เจ้าบ่าว เจ้าสาว ที่ชอบที่นอนแข็งๆ อาจเลือกที่นอนยัดนุ่น แต่พอใช้งานไประยะ นุ่นก็จะเริ่มจับตัวเป็นก้อน ทำให้เสียรูปทรง และฝุ่นจากนุ่นอาจทำให้เกิดโรคภูมิแพ้ ยิ่งถ้าถูกความชื้นอาจทำให้เกิดเชื้อราและแบคทีเรีย ส่วนที่นอนใยมะพร้าวจะแข็งกว่านุ่น แต่ก็เสียทรงได้ง่ายกว่า และมักมีปัญหาเรื่องเชื้อราและแบคทีเรีย

การเลือกรถเช่าจากร้านเช่ารถเชียงใหม่

ในปัจจุบันนี้การสัญจรไปไหนมาไหนในจังหวัดเชียงใหม่โดยวิธีที่สบายที่สุดนั้นก็เห็นจะเป็นการเดินทางโดยใช้รถส่วนตัวนั่นเองแต่ทว่าผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดโดยการโดยสารเครื่องบินหรือว่าเดินทางมาโดยรถหัวนั้นก็คงจะรู้สึกว่าการเดินทางในเชียงใหม่นั้นยากแสนยาก

แต่จริงๆแล้วการเดินทางในจังหวัดเชียงใหม่นั้นง่ายนิดเดียวโดยมีเคล็ดลับง่ายๆในการเลือกใช้บริการนั่นเอง ส่วนใหญ่แล้ว จังหวัดเชียงใหม่นั้นจะมีรถสองแถวเพื่อรับผู้โดยสารตามถนนหนทางต่างๆเป็นหลักแต่คงไม่เหมาะสำหรับการที่จะเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆโดยการใช้รถสองแถวซึ่งในเชียงใหม่เองก็มีรถเช่าเชียงใหม่หลากหลายร้านให้เลือกใช้บริการเพื่อที่จะใช้สำหรับการเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆนั่นเอง แล้ววันนี้จะมาพูดถึงเรื่องของเคล็ดลับการเลือกรถเช่ารวมถึงความรู้ต่างๆสำหรับการเลือกรถเช่าจากร้านเช่ารถเชียงใหม่ให้ฟังกันเพื่อให้ได้รถเช่าจากร้านรถเช่าที่มีประสิทธิภาพอีกทั้งยังมีการบริการที่ดีเพื่อใช้บริการนั่นเอง

สำหรับกลยุทธ์การเลือกรถเช่าจากรถเช่าเชียงใหม่นั้นสิ่งแรกที่ควรให้ความสำคัญและคำนึงถึงก็คือในรูปแบบของการเดินทางนั่นเองโดยการท่องเที่ยวที่ว่านี้หมายความว่าการเดินทางไปทำธุระหรือว่าการเดินทางไปท่องเที่ยวหากผู้ใช้บริการจะเดินทางไปท่องเที่ยวในเฉพาะเขตตัวเมืองเชียงใหม่หรือเขตรอบนอกที่ไม่ไกลมากนั้น การสัญจรด้วยกันใช้รถมอเตอร์ไซด์ก็ถือได้ว่าจะสร้างความสะดวกอีกทั้งรถมอเตอร์ไซค์นี้ยังสามารถให้ความคล่องตัวสูงอีกด้วย และนอกจากนั้นการขับขี่รถมอเตอร์ไซด์นั้นยังหาที่จอดรถได้ง่ายกว่าการขับรถยนต์ซึ่งจะหาที่จอดรถยากและยังต้องมีค่าใช้จ่ายในการจอดรถที่สูงอีกด้วยเช่นกัน แต่เหตุด้วยรถยนต์นั้นก็เหมาะสมสำหรับการใช้เดินทางในระยะทางที่ไกลเช่นเดินทางออกไปต่างอำเภอที่อยู่ไกลออกไปโดยกินเวลาในการเดินทางค่อนข้างนานจะได้สร้างความคล่องแคล่วในเรื่องนี้มากกว่า นอกจากนั้นแล้วหากจะเลือกรถเช่าจากร้านรถเช่าเชียงใหม่ให้ได้รถที่มีประสิทธิภาพและมีสมรรถนะสูงนั้นก็ควรจะมีการจองรถไว้ล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ เพราะหลายคนอาจจะคิดว่าพอไปถึงจังหวัดเชียงใหม่แล้วค่อยหาร้านรถเช่าเชียงใหม่เช่าก็ได้แต่จริงๆแล้วควรจะมีการเตรียมตัวไว้ตั้งแต่ก่อนออกเดินทางจากบ้านกันเลยทีเดียวเพราะว่าเราจะได้มั่นใจได้อย่างเต็มที่ว่าเราจะได้รถเช่าแน่นอนโดยไม่ต้องวิตกกังวลและเสียเวลาในการตามหาร้านรถเช่าเชียงใหม่เมื่อไปถึงเชียงใหม่นั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นแล้วร้านรถเช่าเชียงใหม่ที่ควรเลือกก็คือร้านรถเช่าที่มีการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงซึ่งจะช่วยสร้างความสะดวกสบายทั้งเวลารับรถและเวลาที่เราจะส่งรถด้วยเช่นกัน อีกทั้งด้านรถเช่าเชียงใหม่บ้างร้านก็ยังมีบริการรับส่งรถตามสถานที่ต่างๆเช่นตามสนามบินหรือโรงแรมที่พักที่เราพักอาศัยอยู่จึงนับได้ว่าเป็นการสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้เช่าได้อย่างถ่องแท้นั่นเอง

สร้าง Loyalty ให้แบรนด์ ด้วยการคิดแบบผลิตภัณฑ์ Subscription

การทำการสื่อสารทางการตลาดนั้นก็เพื่อที่จะสร้างลูกค้า หรือดึงกลุ่มผู้บริโภคที่สนใจให้กลายมาเป็นลูกค้า แต่เมื่อได้ผู้บริโภคเหล่านี้มาเป็นลูกค้าแล้ว หลาย ๆ แบรนด์นั้นกลับหลงลืมที่จะดูแลผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ดี และต้องเสียผู้บริโภคกลุ่มนี้ออกไป พร้อมทั้งหาลูกค้าใหม่ หรือผู้บริโภคกลุ่มใหม่เข้ามาแทน เป็นวัฏจักรวนเวียนเรื่อยไป ซึ่งวันนี้ถ้าหาไม่ได้แล้วปิรามิดของการสร้างลูกค้าใหม่ก็ต้องพังแน่นอน ซึ่งนี้จะส่งผลมายังธุรกิจอีกด้วย ทั้งนี้การดูแลลูกค้าให้อยู่ไปนาน ๆ นั้นสำคัญมาก และธุรกิจแบบหนึ่งที่ให้บทเรียนนี้ได้คือธุรกิจ Subscription

หลาย ๆ คนนั้นต้องเคยสมัครจ่ายเงินรายเดือนให้กับสมาชิกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อใช้บริการนั้นในการตอบสนองความต้องการตัวเอง อย่างผมเองก็สมัครเป็นสมาชิกของ iflix, Netflix, Spotify และหลาย ๆ อย่างเอาไว้เพื่อความสะดวกในการใช้งานและประหยัดในการที่จะซื้อสินค้าหรือบริการนั้นเพียงเพื่อใช้งานคราวเดียว รูปแบบธุรกิจที่ให้สมัครสมาชิกนี้เป็นที่นิยมมากในอเมริกา เรียกว่า Subscription as a Service ซึ่งมีหลากหลายบริการไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางค์อย่าง Birchbox หรือ Dollarshaveclub ที่เพิ่งถูกซื้อไปกว่าพันล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกานั้นก็เป็นมีดโกนหนวดที่ส่งถึงบ้านทุกเดือน ซึ่งธุรกิจนี้ในอเมริกาเองมีกว่า 2,000 แบบ เติมโตกว่า 3,000% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และมีการสำรวจว่าคนอเมริกันนั้นใช้บริการนี้ถึง 7 แบบจาก 12 แบบที่ตั้งใจไว้ ด้วยอัตราโตสูงเช่นนี้ทำให้ธุรกิจรายใหญ่ ๆ นั้นเริ่มมาทำธุรกิจ Subscription นี้ด้วยไม่ว่าจะเป็น Walmart (Beauty Box), Starbucks, Macy’s และอื่น ๆ อีกมากมาย

สิ่งที่น่าสนใจของแนวคิดของธุรกิจแบบ Subscription คือกระบวนการดูแลและรักษาลูกค้าเก่าไว้ ตัวอย่างที่ดีคืออย่าง Amazon Prime ในอเมริกาเองนั้น มีกระบวนการที่สามารถลดความไม่อยากซื้อสินค้าและกระตุ้นให้ซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นปุ่ม Amazon Dash ที่ให้กดสั่งซื้อได้เลยโดยไม่ต้องคิดอะไร และทำให้ซื้อง่ายขึ้น หรือ Amazon Grocery ที่ส่งผักและผลไม้ถึงบ้าน ด้วยการที่ Amazon นั้นรู้ข้อมูลของลูกค้าว่าซื้ออะไรบ้างในแต่ละสัปดาห์ และซื้อเมื่อไหร่ ตอนไหน ทำให้ Amazon สามารถนำเสนอการขายสินค้าที่ทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องคิดมากในการซื้อและทำให้เกิดการซื้อซ้ำได้อย่างง่ายดาย อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือธุรกิจหมึกพิมพ์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ทำนายได้ว่าจะต้องเกิดการซื้อซ้ำหรือใช้แล้วหมดเมื่อไหร่ ทำให้บริษัทอย่าง HP สร้างบริการที่เรียกว่า HP Instant Ink ให้ผู้ใช้เครื่องพิมพ์ของ HP นั้นลงทะเบียนจ่ายรายเดือนเพื่อได้หมึกพิมพ์ไปเติมได้ด้วย ด้วยความต้องการที่เปลี่ยนไปที่ผู้บริโภคต้องการความสะดวกมากขึ้นและต้องการแบรนด์ที่นำเสนอสินค้าที่รู้ใจก่อนที่จะเรียกหามากขึ้น ทำให้การทำ Subscription as a Service (SaaS) นั้นกลายเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แบรนด์จะนำมาปรับใช้เพื่อการรักษาลูกค้าเอาไว้ได้ โดย

เข้าใจหัวใจของธุรกิจ การตลาดและตัวชี้วัด ก่อนอื่นต้องเข้าใจหัวใจของการตลาดก่อนว่าคือการมีลูกค้าเข้ามาไว้ในมือ ถ้าเชื่อว่าการขายของครั้งเดียวแล้วจบไปนั้นแปลว่าคุณกำลังคิดผิดอย่างมาก เพราะการทำธุรกิจและการตลาดแต่ละครั้งจะมีตัวชี้วัดหนึ่งที่เรียกว่า CPA หรือ cost per acquisition ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการได้ลูกค้าหนึ่งคนมา ถ้าธุรกิจคุณต้องสร้างลูกค้าใหม่เรื่อย ๆ CPA จะสูงมาก แต่ถ้ารักษาไว้ได้ CPA ก็จะมีแค่ครั้งเดียว และสามารถเอาเงินนั้นไปสร้างฐานลูกค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาได้อีก นอกจากนี้ยังมีตัวชี้วัดการรักษาลูกค้าและลักษณะของลูกค้าอย่าง usage, churn และ yield กับ lifetime value (LTV) ที่จะบอกว่าคุณมีลูกค้าใช้งานแค่ไหน ลูกค้าทิ้งบริการของคุณมากแค่ไหน แต่ละคนใช้งานมากน้อยแค่ไหน ซึ่งนี้จะมาเป็นข้อมูลในการกำหนดในการดูแลลูกค้าเพื่อรักษาลูกค้าไว้ หรือกระตุ้นให้มีการใช้จ่ายมากขึ้นได้

สนใจในการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อรักษาลูกค้าไว้ ด้วยการที่ต้องดูแลลูกค้าและรักษาลูกค้าไว้ก่อนที่จะยกเลิกการ subscription ออกไป ทำให้บริการประเภท Subscription as a Service นั้นต้องมีการใส่ใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อทำให้กลุ่มลูกค้าที่อยู่นั้นพอใจ ใช้จ่ายเพิ่มและชวนลูกค้าใหม่ให้มาสมัครได้ด้วย ด้วยการพัฒนาสินค้านี้อาจจะเป็นการปรับเปลี่ยนหน้าตา การช่วยเหลือผู้ใช้งานให้ใช้งานได้ง่ายมากขึ้น และการบริการหลังการขายที่ดี ยุคนี้เป็นยุคที่คนทำการตลาดต้องฟังมากกว่าพูด ใช้เสียงของลูกค้ามาปรับปรุง ก่อนจะพูดอะไรออกไป นอกจากนี้ยังต้องมีความ Agile ในการปรับปรุงเพื่อเอาชนะคู่แข่งในทุก ๆ ด้านอีกด้วย

มองการบริการและการสนับสนุนลูกค้าให้เป็นแหล่งรายได้ใหม่ ในธุรกิจที่ทำ Subscription นั้นจะมีคำพูดที่บอกว่า ‘customer success is the new sales’ เพราะการที่ทำให้ลูกค้าพอใจได้ จะทำให้ลูกค้าอยู่กับการบริการนั้นไป และเมื่อบริการอัพเกรดหรือจ่ายเพิ่มลูกค้านั้นก็ยินดีที่จะจ่าย เพราะมีความพอใจในสินค้าและบริการที่ทำให้เกิดประสบการณ์ที่ดี

ด้วยแนวคิดแบบ Subscription นี้แบรนด์สามารถที่จะสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์เอาไว้ และประหยัดงบประมาณมากมายในการหาลูกค้าใหม่ และเอางบประมาณนั้นไปใช้ในด้านอื่นได้ หากใครคิดว่าการทำ Subscription as a Service (SaaS) นั้นเหมาะกับตัวเอง ก็คุ้มค่าที่จะลองดูเลย

ที่มา : MarketingOops!

บ้านน็อคดาวน์แบบโครงสร้างเหล็ก กับ บ้านคอนกรีตเสริมเหล็กต่างกันอย่างไร

1. ความแข็งแรง : โครงสร้างเหล็กแข็งแรงกว่าเพราะเหล็กขนาดใหญ่สามารถรับได้ทั้งแรงดึง แรงดัน แรงเฉือน และยังมีคุณสมบัติ ยืดหยุ่นได้เล็กน้อย แต่ก็มากกว่าคอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนคอนกรีตเสริมเหล็กจะต้องเสริมทุกส่วนที่คาดว่าจะมีแรงมากระทำ เนื้อคอนกรีต จะสามารถรับน้ำหนักได้ดีแต่ไม่ทนต่อแรงดึงจึงต้องใช้เหล็กเส้นมาเสริม และเป็นการประหยัดราคาก่อสร้าง ส่วนโครงสร้างเหล็กจะแพงกว่า แต่ก็แก้ได้ด้วยการลดค่าแรงในการก่อสร้างแทน

2. ความเร็วในการก่อสร้าง : งานเหล็กประกอบไว เสร็จทันใจ ระยะเวลาสร้างเร็ว รวมถึงการติดตั้งผนังสำเร็จรูปเช่น Cement Board ก็สามารถทำได้รวดเร็วเช่นกัน ทำให้ประหยัดเวลาและลดค่าแรงไปได้มาก อาทิ ถ้าปลูกบ้านแบบก่ออิฐก่อปูนนั้นใช้เวลา 5 เดือน บ้านน็อคดาวน์ก็จะใช้เวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้นเอง

3. ความสะดวกในการทำงาน : บ้านน็อคดาวน์ โครสร้างเหล็ก มีน้ำหนักเบาสามารถทำแยกเป็นยูนิตได้ ทำให้สามารถแยกส่วนและยกเคลื่อนย้ายได้ตลอดเวลา นำไปใช้เป็นงานต่อเติมพื้นที่ได้ง่าย ทำงานได้ สะอาด รวดเร็ว ควบคุมการผลิตได้ง่าย หมดปัญหาเรื่องช่างหนีงานและการลดสเป็คของช่าง ซึ่งเป็นบ่อเกิดต้นตอของปัญหามากมายเนื่องจากลูกค้าไม่มีเวลา และความรู้ในการตรวจเช็คการทำงานที่ถูกต้อง

4. ราคา : บ้านน็อคดาวน์ มีราคาถูกกว่า ทั้งๆ ที่วัสดุทั้งหมดล้วนแพงกว่าและมีคุณภาพสูงกว่าบ้านแบบก่ออิฐฉาบปูน เนื่องจากใช้ระยะเวลาการสร้างเพียง 1 ใน 5 ของการสร้างบ้านแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนค่าแรงได้มากกว่าถึง 5 เท่า

5. น้ำหนัก : บ้านน็อคดาวน์มีขนาดเบากว่าบ้านก่ออิฐฉาบปูน 10 เท่าในขนาดพื้นที่เท่าๆกัน ดังนั้นจึงหมดปัญหาเรื่องบ้านทรุด และยังสามารถยกบ้านเพื่อซ่อมแซมได้ง่าย ซึ่งกรณีพื้นดินอ่อนก็สามารถทำฐานรากเพื่อเพิ่มความมั่นใจได้เหมือนบ้านคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วไป เนื่องจากเหล็กน้ำหนักเบากว่าคอนกรีตเมื่อรับน้ำหนักที่เท่ากัน แต่เหล็กอาจจะมีปัญเรื่องการ Buckling ในส่วนต่างๆ ของหน้าตัด ในการรับแรงอัด ต้องคำนวณให้ดี ดังนั้นจึงควรใช้บริษัทที่มีความชำนาญในการทำบ้านโครงสร้างเหล็กเท่านั้น

6. การดูแลรักษา : สามารถทำได้ง่ายกว่าบ้านแบบก่ออิฐฉาบปูน เนื่องจากวัสดุในการสร้างทั้งหมดเป็นวัสดุสำเร็จรูปที่เบา ทันสมัย และแข็งแรง ทำให้สามารถเปลี่ยนชิ้นใหม่ได้ จึงหมดปัญหาเรื่องการดูแลรักษาในระยะยาว

มาทำความรู้จักเนื้อเค้กรวมทั้งน้ำตาลตกแต่งหน้าเค้กแต่งงานแบบต่างๆกัน

– เค้กที่มีไข่เป็นส่วนผสมหลัก ได้แก่เค้กเนื้อฟองน้ำ หรือสปองจ์เค้ก, เค้กชิฟฟ่อนเค้ก เนื้อเค้กจะนิ่มมาก และมีอายุสั้น สามารถเก็บได้นานแค่ 1 หรือ 2 วันจากนั้นเนื้อเค้กจะค่อยๆ ฟีบลง เพราะเนื้อเค้กอาศัยการขึ้นฟูจากการตีไข่ จึงไม่เหมาะกับการนำมาตกแต่งหน้าเค้กที่มีน้ำหนักมาก ทำได้เพียงใช้ครีมสดเคลือบด้านนอกเท่านั้น นิยมทำขายกันในร้านกาแฟทั่วไป

– เค้กที่มีไขมันเป็นส่วนผสมหลัก ได้แก่เค้กเนยหรือเค้กบัตเตอร์และเค้กผลไม้ เป็นเค้กที่มีส่วนผสมของไขมัน อย่างเช่น เนยสด, มาการีน, หรือน้ำมันพืช ส่วนผสมหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดราคาของเค้กซึ่งเรียงจากราคาแพงไป ถูกที่สุด นอกจากนี้ยังผสมเนื้อเค้กให้มีรสชาติหลากหลาย คุณสมบัติของเค้กเนยเป็นเนื้อเค้กที่มีความสามารถในการรับน้ำหนักในการตกแต่งหน้าเค้กได้ดีกว่าเค้กฟองน้ำ

เช่ารถกระบี่อย่างไรถึงจะไม่ถูกหลอก

เช่ารถกับแหล่งที่น่าเชื่อถือ

การเลือกใช้บริการรถเช่ากระบี่ เราควรคำนึงถึงคุณภาพ ความปลอดภัย และสิ่งที่ดีที่สุด ควรเลือกรับบริการจากบริษัทหรือเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือได้ โดยศึกษาจากหลายๆที่ จุดรับ-คืนรถของบริษัทว่าอยู่ที่ไหน มีรถรุ่นที่เราต้องการเช่าหรือไม่ พิจารณาราคา เพื่อสิทธิประโยชน์ของคุณเอง

เทียบหาราคาที่ดีที่สุด

เพื่อให้ได้รถเช่ากระบี่ในราคาที่คุ้มค่าที่สุด เช็คราคารถเช่าแต่ละชนิด โดยเลือกภาษาและปรับสกุลเงินให้ตรงกัน เพื่อเทียบราคา

เช็คค่าส่วนต่างอื่นๆ

ก่อนจะตัดสินใจเลือกทำการเช่ารถ ควรศึกษาราคาที่เราทำการเช่านั้นรวมค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตในการชำระแล้วหรือไม่ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาทำการชำระเพิ่มภายหลัง และควรเก็บใบเสร็จทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐาน

ตรวจสอบเงื่อนไข

เช็คราคาสิทธิประโยชน์ในการเช่าว่ารวมอะไรได้บ้าง เช่น เงื่อนไขน้ำมัน ตอนรับรถน้ำมันเต็มถัง ตอนคืนรถก็ต้องเต็มถังหรือไม่ การเพิ่มเติมชื่อผู้ขับหลัก คุณต้องชำระเพิ่มหรือไม่ เป็นต้น

เลือกประกันที่เหมาะสม

การพิจารณาการใช้งานรถก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะทำให้เลือกซื้อประเภทประกันที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน

จองล่วงหน้า ประหยัดกว่า

วางแผนล่วงหน้าจะทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในการเช่ารถไปได้มากกว่าครึ่งเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเช่าในช่วงวันธรรมดา (จันทร์-พฤหัสบดี)

เงื่อนไขยกเลิกการจอง

ก่อนจองรถเช่า ควรตรวจสอบ อ่านรายละเอียดก่อนหรือสอบถามกับบริษัทนั้น ว่าถ้าต้องการยกเลิกทำการเช่า ต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มหรือไม่ เพื่อสิทธิประโยชน์ภายหลังในกรณียกเลิกทำการจอง

ถ่ายรูปรถเช่า

ถ่ายรูปรถเช่าเพื่อใช้หลักฐานยืนยันในวันคืนรถ กรณีรถเกิดเสียหายหรือมีรอยขีดขวน เราก็สามารถนำรูปนี้เป็นหลักฐานยืนยันได้

ขอใบเสร็จทุกครั้ง

ตรวจสอบเอกสารและลงชื่อใบสัญญาเช่า บางกรณีอาจต้องชำระเงินเพิ่มหรือเงินมัดจำ (ถ้ามี กรุณาขอหลักฐานการจ่ายค่ามัดจำไว้ด้วย) เมื่อเอกสารครบถ้วน พนักงานจะส่งมอบกุญแจรถพร้อมใบเสร็จและสำเนาใบสัญญาเช่ารถกับคุณ ก่อนการใช้รถ

เคลมค่าใช้จ่ายหลังกลับทันที

เมื่อกลับจากการเดินทางเรียบร้อยแล้ว ทำการคืนรถและทำการเคลมค่าใช้จ่ายที่เราจะต้องชำระเพิ่มให้เรียบร้อย ถ้าหากเกิดข้อสงสัยให้รีบทำการติดตามหรือติดต่อกับบริษัทที่ทำการเช่า